การสอนเพื่อสอดแทรกพุทธธรรมในคลินิก

 

การสอนเพื่อสอดแทรกพุทธธรรมในคลินิก

Applying Dharma in Clinical Teaching

สุณี เวชประสิทธิ์ (พนาสกุลการ)

          ในสภาพสังคมปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีทางการแพทย์เป็นอย่างมาก พยาบาลจำเป็นต้องตื่นตัวในการเรียนรู้เทคโนโลยีและความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์การแพทย์เหล่านั้น มากขึ้นเพื่อพัฒนาคุณภาพการพยาบาลให้กับผู้ใช้บริการ และนอกเหนือจากความรู้ความสามารถทางเทคโนโลยีแล้วสังคมก็ยังคงคาดหวังให้พยาบาลจำเป็นต้องเป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรมควบคู่ไปกับ การปฏิบัติการพยาบาลด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งการเรียนการสอนเกี่ยวกับคุณธรรมและจริยธรรมในห้องเรียนอย่างเดียวคงไม่พอที่จะทำให้นักศึกษาพยาบาลนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในการฝึกประสบการณ์จริงบนคลินิกได้

บทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการสอนสอดแทรกคุณธรรมระหว่างการฝึกปฏิบัติการพยาบาลบนคลินิกเพราะการสอนในประสบการณ์ตรงจะทำให้นักศึกษาได้สามารถจดจำ และเรียนรู้ในเรื่องคุณธรรมจริยธรรมได้อย่างรวดเร็วและเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยปลูกฝังให้นักศึกษาพยาบาลมีจิตสำนึกที่ดีในเชิงวิชาชีพในการปฎิบัติงานกับผู้ป่วยและผู้ใช้บริการ ที่ประกอบไปด้วยความมีคุณธรรม จริยธรรมและตระหนักในคุณค่าและศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์รวมทั้งการเห็นคุณค่าของตนเองและวิชาชีพที่มีต่อผู้ใช้บริการอย่างเป็นรูปธรรม

คุณธรรมสำหรับพยาบาล

          คุณธรรมของพยาบาล คือ ความรู้ของพยาบาลที่รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุด พยาบาลควรปฏิบัติแก่ผู้ป่วย ผู้ใช้บริการ (ทัศนีย์ ทองประทีป, 2545) และคุณธรรม (ความดี) จัดเป็นความรู้ชนิดหนึ่งที่สามารถสอนได้ (พินิจ รัตนกุล, 2547) โดยที่ครูคลินิกและพยาบาลวิชาชีพ เป็นผู้มีบทบาทสำคัญและเป็นแบบอย่างที่ดีในการปฏิบัติการพยาบาลและช่วยสะท้อนให้นักศึกษาเข้าใจถึงการนำหลักธรรมมาใช้ในการปฏิบัติการพยาบาลนั้นๆ ทำให้นักศึกษามีความเข้าใจและมีความชัดเจนในความคิดมากยิ่งขึ้น ก็จะช่วยให้นักศึกษาสามารถดึงหลักธรรมคำสอนที่เรียนมาประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม และมีความสุขในการขึ้นฝึกปฏิบัติงาน ผู้ใช้บริการ/ผู้ป่วย สามารถตระหนักและรับรู้ในคุณค่าของพยาบาล ก่อให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีและยั่งยืน ซึ่งเป็นพื้นฐานที่สำคัญในการให้การดูแล

          คุณธรรมสำหรับพยาบาลที่สังคมคาดหวังมากที่สุด ก็คือความเป็นผู้มีเมตตากรุณา การเสียสละประโยชน์ส่วนตัว เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยไข้ (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, 2559) ดังนั้น การปลูกจิตสำนึกในหลักธรรมเหล่านี้ จึงมีความจำเป็นอย่างมากในนักศึกษาพยาบาลและผู้ประกอบวิชาชีพทางการพยาบาล ซึ่งคุณธรรมดังกล่าวเป็นหลักธรรมคำสอนในหมวดพรหมวิหาร 4 และสังคหวัตถุ 4 ซึ่งควรเจริญ (ปฏิบัติ) ควบคู่กัน

          พรหมวิหาร 4 (ที.ปา. (ไทย) ๑๑/๒๗๒/๒๑๖)หมายถึง ธรรมประจำใจที่ประเสริฐ คุณธรรมประจำตัวผู้มีจิตใจกว้างขวาง เป็นธรรมที่พึงแผ่ออกไปในสัตว์และมนุษย์ทั้งหลายอย่างมีจิตใจ สม่ำเสมอ โดยไม่จำกัดชาติ ชั้น วรรณะ (พระธรรมนิเทศ, 2553: 182: สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, 2559) พรหมวิหาร 4 จะช่วยให้พยาบาลสามารถปฏิบัติการพยาบาลได้ด้วยไมตรีจิตที่เปี่ยมด้วยเมตตากรุณาต่อผู้เจ็บป่วย ผู้ใช้บริการ และก่อให้เกิดความสุขสงบแก่ผู้ปฏิบัติ รวมทั้งช่วยให้สังคมนั้นๆ มีมิตรไมตรีแลเกื้อกูลกันในหน่วยงาน

          เมตตา หรืออโทสะ หมายถึง ไมตรีจิต คิดจะให้ผู้อื่นมีความสุข ความเป็นมิตร หรือความเอื้ออาทร               ต่อกัน เมตตาธรรมเป็นสังขารธรรมหรือเจตสิกฝ่ายกุศลที่แสดงถึงความรัก และมีไมตรีจิตในสัตว์และมนุษย์ทั้งหลาย ขณะใดที่พยาบาลมีจิตเมตตา พยาบาลจะรู้สึกเข้าใจ เห็นใจ ปรารถนาให้ผู้อื่นเป็นสุข (ทัศนีย์ ทองประทีป, 2545) คุณธรรมเมตตามีเครื่องกีดกั้น 2 ประการ คือ ความโกรธ (โทสะ) หรือความพยาบาท และความเอนเอียงด้วยราคะ (พระเทพดิลก, 2544: 79)

          กรุณา หมายถึง สภาพธรรมที่ทำให้จิตใจของบุคคลหวั่นไหว นิ่งอยู่ไม่ได้เมื่อผู้อื่นได้รับความลำบาก กรุณาเป็นธรรมฝ่ายกุศลที่บุคคลคำนึงถึงความสุขของผู้อื่น และปรารถนาที่จะ ช่วยผู้อื่นพ้นทุกข์ ขณะใดที่พยาบาลมีกรุณาพยาบาลจะรีบทำให้ความช่วยเหลือ เพื่อบรรเทาอาการความไม่สุขสบายแก่ผู้ใช้บริการ (ทัศนีย์ ทองประทีป และบุญทิวา สู่วิทย์, 2545) เครื่องกีดกั้นที่ทำให้กรุณาไม่เกิดขึ้นใน 2 ประการ คือ ความคิดเบียดเบียน และความรู้สึกเศร้าเสียใจ (พระเทพดิลก, 2544: 87)

          มุทิตา หมายถึง ความพลอยยินดี คือมีใจแช่มชื่นเบิกบานเมื่อผู้อื่นอยู่ดี มีสุขหรือประสบความสำเร็จ (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, 2559:161) การจะเจริญมุทิตาได้ง่าย บุคคลนั้นควรมีเมตตาในระดับมากพอที่จะมีจิตพลอยยินดีในความสุขและความสำเร็จของผู้อื่น เครื่องกีดกั้นของมุทิตา มี 2 ประการ คือ กามราคะ และริษยา

          อุเบกขา หมายถึง ความมีใจเป็นกลาง วางจิตเรียบสงบสม่ำเสมอ โดยตระหนักว่าสัตว์ทั้งหลาย ได้รับผลดีหรือผลร้ายนั้น เป็นไปตามเหตุและปัจจัย (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, 2559:161) เครื่องกีดกั้นของอุเบกขามี 2 ประการ ได้แก่ ราคะ คือความรัก ความพอใจ ความยินดีในบุคคลเหล่านั้น และอคติ คือความลำเอียงเพราะรัก ความชัง ความกลัว หรือความหลง

          สังคหวัตถุ 4 หมายถึง หลักการสังเคราะห์ เพื่อยึดเหนี่ยวใจคนและประสานสังคมไว้ สังคหวัตถุ 4 เปรียบเสมือนจริยธรรมภาคปฏิบัติทางสังคมที่ควรเจริญควบคู่กับพรหมวิหาร 4 โดยมีเมตตา กรุณา เป็นรากฐานความดีงานที่บริสุทธิ์ในเป็นความมั่นคง และยั่งยืนจากภายในจิตใจ จึงแสดงถึงความสมบูรณ์ของพุทธธรรมที่มีคำสอนอย่างเป็นระบบมีหลักธรรมครบทุกขั้นตอน งานสังคมสงเคราะห์ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของทานหรืออัตถจริยาจะเป็นไปโดยบริสุทธิ์ (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, 2559:187) และถ้าพยาบาลสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการพยาบาลก็จะช่วยให้พยาบาลมีความสุขในการทำงาน ผู้ใช้บริการก็ตระหนักและรับรู้ในคุณค่าของพยาบาลที่มีต่อตนเองและครอบครัว สังคหวัตถุ 4 ประกอบไปด้วย

          ทาน คือ การให้ การเผื่อแผ่แบ่งปัน หมายถึง การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เสียสละสิ่งที่ตนมีเพื่อประโยชน์ต่อผู้อื่น การสงเคราะห์ด้วยปัจจัย 4 ตลอดจนการให้ความรู้ ความเข้าใจในศิลปวิทยา ((สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, 2559:187)

          ปิยวาจา คือ วาจาอันเป็นที่รัก หมายถึง การพูดอย่างคนที่รักกัน ใช้คำสุภาพ ไพเราะน่าฟัง ชี้แจง แนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์ มีเหตุมีผล พูดชักจูงไปในทางที่ดี การแสดงความเห็นอกเห็นใจ การพูดที่ก่อให้เกิดความสามัคคี เกิดไมตรีรักใคร่นับถือกันและช่วยเหลือเกื้อกูลกัน

          อัตถจริยา คือ การประพฤติประโยชน์ หมายถึง การช่วยเหลือด้วยแรงกาย การทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น การบำเพ็ญประโยชน์อื่นๆ เช่น การเอาใจใส่ การอำนวยบริการ สงเคราะห์ ให้ผู้อื่นได้รับประโยชน์สุข การให้ความช่วยเหลือแก่ผู้เดือดร้อนหรือประสบทุกข์ รวมทั้งช่วยแก้ไขปัญหาและช่วยปรับปรุงส่งเสริมในด้านจริยธรรมเป็นต้น ((สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, 2559:187: สุจิตรา รณรื่น, 2540: 85)

          สมานัตตตา คือ ความมีตนเสมอ หมายถึง การทำตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้ เอาตัวเข้าสมาน การรู้จักวางตนให้เหมาะสมแก่ฐานะ ภาวะ บุคคล เหตุการณ์ และสิ่งแวดล้อม การทำตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้ ไม่ถือตัวให้ความเสมอภาค ปฏิบัติสม่ำเสมอต่อคนทั้งหลายร่วมทุกข์ร่วมสุขกัน รวมทั้งแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขร่วมกัน (สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์, 2559:187, สุจิตรา รณรื่น, 2540: 80)

          จากความหมายของหลักพระธรรมคำสอนดังกล่าว จะพบว่าเป็นเรื่องที่เป็นธรรมชาติในการใช้ชีวิตของคนในสังคม ซึ่งไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากในการนำมาใช้ในการปฏิบัติ เพราะพื้นฐานขนบธรรมเนียมประเพณีไทยก็คือการปฏิบัติตามแนวทางของพระพุทธศาสนา เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขในสังคม เพียงแต่ยังขาดการเชื่อมโยงที่ถูกต้องในการนำไปปฏิบัติ จึงมักก่อให้เกิดปัญหาทางจริยธรรมอยู่บ่อยๆ ซึ่งจะพบได้จากการมีคดีฟ้องร้องในหลายๆ สาขาวิชาชีพ อันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ ดังนั้น การปฏิบัติงานโดยยึดหลักพุทธธรรมน่าจะเป็นทางออกที่ดีในการแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ วิชาชีพพยาบาลก็เช่นเดียวกัน การนำหลักธรรมคำสอนไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติการพยาบาลจะช่วยทำให้สัมพันธภาพระหว่างพยาบาลและผู้ใช้บริการดีขึ้น และจะช่วยสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติการพยาบาลตามหลักพุทธธรรม เพราะในบางครั้งพยาบาลเองก็อาจจะมีความไม่มั่นใจในการปฏิบัติการพยาบาลรวมทั้งเกิดความไม่แน่ใจในการแสดงบทบาทเหล่านั้น เกรงใจเพื่อนร่วมงานจะมองว่าไม่ช่วยทำงานอื่น เพราะบางกรณีต้องใช้เวลานานในการอยู่กับผู้ป่วย ในการที่จะช่วยเหลือบรรเทาอาการไม่สุขสบายต่างๆ หรือต้องยืนรับฟังในการเล่าเรื่องเกี่ยวกับความทุกข์ของผู้ป่วยเป็นเวลานาน แต่แท้ที่จริงแล้ว การกระทำของพยาบาลนั้น มีคุณค่าต่อจิตใจของผู้ป่วยเป็นอย่างมาก จะช่วยเยียวยาอาการทุกข์ทรมานทางด้านจิตใจ และอารมณ์ของผู้ป่วยให้ทุเลาลงได้มาก และในความเป็นจริงพยาบาลไทยส่วนใหญ่ก็เป็นชาวพุทธ ดังนั้นถ้าฝ่ายการศึกษามีการสอนทั้งภาคทฤษฎีและสอนสอดแทรกในภาคปฏิบัติบนคลินิก ซึ่งเป็นสถานการณ์จริงจะช่วยให้นักศึกษามีความมั่นใจในการปฏิบัติการพยาบาล โดยอยู่บนพื้นฐานวัฒนธรรมอันดีงามของไทย และพฤติกรรมที่ดีงามดังกล่าวจะอยู่ในจิตสำนึกในการให้การพยาบาลของนักศึกษาพยาบาลจนกระทั่งจบการศึกษาออกไปเป็นพยาบาลวิชาชีพก็จะสามารถปฏิบัติการพยาบาล โดยใช้หลักธรรมคำสอนได้อย่างมั่นใจและมีความสุขในการปฏิบัติ   การพยาบาล ซึ่งจะช่วยทำให้วิชาชีพการพยาบาลเป็นวิชาชีพที่ทรงคุณค่าต่อผู้ใช้บริการและสังคมตลอดไป

การนำคุณธรรม/จริยธรรมเชิงพุทธสู่การปฏิบัติการพยาบาล

          การจัดการเรียนการสอนบนคลินิก อาจารย์พยาบาลรุ่นพี่บนคลินิก มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ในการช่วยปลุกฝังชี้แนะและเชื่อมโยงรวมทั้งเป็นต้นแบบที่ดีในการแสดงให้นักศึกษาได้เรียนรู้และเลียนแบบในการปฏิบัติการพยาบาลแบบองค์รวม โดยใช้หลักพุทธธรรม นอกจากนี้การที่นักศึกษาได้รับเมตตาจากอาจารย์ และพยาบาลรุ่นพี่บนคลินิก ความประทับใจต่างๆ ที่ได้รับจากการฝึกปฏิบัติงานจะช่วยให้นักศึกษาเรียนรู้เรื่องคุณธรรมสำหรับวิชาชีพได้ดียิ่งขึ้น ผู้เขียนซึ่งเป็นอาจารย์พยาบาลได้มีส่วนร่วมในการสอนทั้งภาคทฤษฎีและได้สอนนักศึกษาในคลินิก จึงขอนำเสนอกรณีศึกษา เพื่อการประยุกต์ใช้คุณธรรมสำหรับพยาบาลเรื่องพรหมวิหาร 4 และสังคหวัตถุ 4 ดังนี้

          กรณีศึกษา ผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 57 ปี ป่วยเป็นมะเร็งตับระยะสุดท้าย มีการกระจายของเซลล์มะเร็งไปยังอวัยวะใกล้เคียงในร่างกาย สภาพครอบครัวผู้ป่วยอาศัยอยู่กับบุตรสาวคนเล็ก ซึ่งแต่งงานมีครอบครัวและมีบุตร 2 คน อยู่ในวัยเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และอายุประมาณ 2 ขวบครึ่ง อีก 1 คน สัมพันธภาพในครอบครัวดีมาก โดยบุตรสาวรับตัดเย็บเสื้อผ้าและเลี้ยงดูบุตรสาวคนเล็กอยู่กับบ้านส่วนสามีทำงานในหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ รายได้ครอบครัวพอใช้ไม่ขัดสน การมาอยู่โรงพยาบาลครั้งนี้เนื่องจากถ่ายเหลวอ่อนเพลียมาก ช่วยเหลือตนเองได้อย่างจำกัด นอนอยู่บนเตียงเคลื่อนไหวร่างกายค่อนข้างลำบาก เนื่องจากมีอาการท้องมานอึดอัดแน่นท้องและหายใจไม่ค่อยสะดวก ผู้ป่วยรับรู้ถึงอาการและการดำเนินของโรคว่าตนเองอยู่ในระยะสุดท้ายของชีวิต ไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ เพราะป่วยมาเป็นระยะเวลานานหลายปี และคงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นาน แต่ตนเองก็อยากมีชีวิตอยู่ให้นานที่สุดกับลูกหลานที่ตนเองรัก และอาการถ่ายเหลวจำเป็นต้องใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปตลอดเวลา ในตอนแรกผู้ป่วยไม่ยอมใส่ผ้าอ้อมสำเร็จรูปเพราะเกรงใจบุตรสาวต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น ผู้ป่วยขอต่อรองจะใส่เฉพาะตอนกลางคืน กลางวันจะต้องเรียกพยาบาลช่วยเปลี่ยนผ้าให้ทุกครั้งที่มีการขับถ่ายแต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ทุกวัน เมื่อนักศึกษาขึ้นฝึกปฏิบัติงานในวันแรกๆ นั้นผู้เขียนยังไม่ได้มอบหมายให้นักศึกษาดูแลผู้ป่วยรายนี้ แต่เมื่อผู้ป่วยร้องขอให้เปลี่ยนผ้าให้นักศึกษาก็จะช่วยเปลี่ยนให้ทุกครั้ง และในเวลาที่ช่วยเปลี่ยนผ้าผู้ป่วยจะพูดเสมอว่า “เกรงใจคุณอาจารย์กับคุณนักเรียนจริงๆ นะคะ ที่ไม่รังเกียจ ป้ารู้ว่าอุจจาระป้ากลิ่นเหม็นมาก คนใกล้ตายอย่างป้าไม่อยากเป็นภาระลูก สงสารเขาหมดเปลืองกับป้ามากแล้ว ป้าเลยไม่อยากใส่ผ้าอ้อม คุณอาจารย์ช่วยป้าหน่อยนะคะ” ผู้เขียนรับรู้ได้ว่าผู้ป่วยมีความวิตกกังวลสูง เพราะจากการประเมินพบว่าโดยพื้นฐานครอบครัว ผู้ป่วยเป็นคนที่รักษาความสะอาดมาก และเป็นคนเกรงใจผู้อื่น จึงมักจะพูดประโยคเหล่านี้ทุกครั้งที่เปลี่ยนผ้าให้ ผู้เขียนจึงพูดคุยกับผู้ป่วย “คุณป้าคะ ไม่ต้องเกรงใจนะคะ เพราะเป็นหน้าที่ที่พยาบาลจะต้องช่วยเหลือดูแลให้คุณป้ามีความสุขสบายอยู่แล้ว เรายินดีช่วยเหลือคุณป้าด้วยความเต็มใจ” ผู้ป่วยยกมือไหว้ขอบคุณ “ขอให้คุณนักเรียนกับอาจารย์เจริญยิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ” หลังจากนั้นผู้เขียนสังเกตพบว่านักศึกษาพยาบาลจะหมุนเวียนมาดูแลผู้ป่วยบ่อยๆ ซึ่งโดยปกติในการปฏิบัติงานประจำวัน นักศึกษาจะมีผู้ป่วยในความรับผิดชอบ 1-2 ราย แล้วแต่กรณี แต่นักศึกษามีน้ำใจ โดยจัดแบ่งกันเองว่าใครจะเป็นคิวต่อไป ในการเช็ดทำความสะอาดหลักการขับถ่ายให้คุณป้า ในการเช็ดทำความสะอาดหลังการขับถ่ายให้คุณป้า เพราะทุกคนต้องดูแลผู้ป่วยที่ได้รับมอบหมายให้เรียบร้อยด้วย ผู้เขียนได้กล่าวชื่นชมนักศึกษาปกติบุตรสาวมาเยี่ยมผู้ป่วยในตอนบ่ายมักจะพาหลานมาด้วยทุกครั้ง ผู้ป่วยจะมีสีหน้าแสดงถึงความสุข ยิ้มแย้มแจ่มใส บุตรสาวคอยบีบนวดมือและเท้าให้ ส่วนหลานสาวจะขึ้นไปนอนข้างผู้ป่วย และผู้ป่วยจะนอนกอดหลานไว้ทุกครั้ง

          เมื่อบุตรสาวของผู้ป่วยทราบจากผู้ป่วยว่าจะมีนักศึกษาพยาบาลมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเวลาขับถ่าย และถ้าไม่สะดวกในการเปลี่ยนเสื้อผ้าให้มารดาสามารถบอกนักศึกษาพยาบาลให้ช่วยเหลือได้ บุตรสาวผู้ป่วยเดิมมายกมือไหว้ของคุณผู้เขียนพร้อมกล่าวของคุณนักศึกษาพยาบาล ผู้เขียนจึงบอกบุตรสาวผู้ป่วยว่า “ในขณะที่มีนักศึกษาพยาบาล คุณสามารถบอกได้ตลอดเวลาที่คุณป้าต้องการเปลี่ยนเสื้อผ้า เราจะได้ช่วยกันดูแลคุณป้า ถ้าลูก/หลานคอยช่วยเหลืออยู่ใกล้ๆ คุณป้าจะได้เกรงใจพยาบาลน้อยลง คุณเองก็เหนื่อยมากมีภาระต่างๆมากมาย ทางเราก็รับรู้ถึงความกตัญญูที่คุณมีต่อคุณป้า ขอชื่นชมและให้กำลังใจจริงๆ ค่ะ” บุตรสาวผู้ป่วยร้องไห้และบอกว่ารู้สึกซาบซึ้งในไมตรีจิตที่ได้รับจากพยาบาลทุกคนอย่างมาก และบอกต่อว่า “ธรรมดาแล้วดิฉันอยากเปลี่ยนผ้าให้เอง เพราะต้องการตอบแทนคุณของแม่และเป็นหน้าที่ของลูกที่จะต้องช่วยเหลือดูแลเมื่อแม่เจ็บป่วยแต่ปัญหาก็คือไม่มีใครช่วยดูแลบุตรสาวให้และลูกของดิฉันก็จะร้องไห้เสียงดังรบกวนคนอื่น            ทำให้แม่ของดิฉันกังวลและจะเสียใจที่เป็นภาระ เวลาเรียกคุณพยาบาลก็รู้สึกเกรงใจมาก เพราะเป็นสิ่งที่ลูกควรทำให้แม่เมื่อมีนักศึกษาพยาบาลยินดีช่วยเหลือเพิ่มขึ้นดิฉันรู้สึกขอบพระคุณอย่างมาก ในความกรุณาที่ได้รับ”

          จากนั้นเมื่อถึงเวลาประชุมปรึกษาภายหลังให้การพยาบาล ผู้เขียนได้ยกตัวอย่างผู้ป่วยรายนี้และสอดแทรกการใช้หลักธรรม โดยสรุปปัญหาและความต้องการของผู้ป่วยโดยนักศึกษามีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็น

          นักศึกษา ก. ตอบผู้เขียนว่า “ตอนนี้พวกหนูรู้สึกสงสารคุณป้ามาก อยากช่วยคุณป้าทุกคนแต่ในตอนแรกไม่มีใครอยากเช็ดหรอกค่ะ เพราะเหม็นมากทั้งๆ ที่ผูกผ้าปิดจมูก ตอนแรกหนูก็ไม่อยากผูกเพราะรำคาญแต่คุณป้าจะค่อยบอกว่าปิดจมูกนะคะป้าเกรงใจกลิ่นมันเหม็นมาก ยิ่งพวกหนูไม่รังเกียจป้ายิ่งเกรงใจ และทุกครั้งป้าจะให้ศีลให้พรพวกหนูรู้สึกมีความหมายและมีคุณค่ามากค่ะ ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ สามารถทำให้ผู้ป่วยมีความสุขได้ ตอนนี้เวลาป้าเรียกไม่มีคิดแล้วค่ะ รีบไปช่วยกันเลย”

          ผู้เขียน “ครูอนุโมทนาในกุศลจิตพวกคุณมาก การที่นักศึกษาคิดและแสดงออกอย่างนั้นเป็นการแสดงออกถึงการมีคุณธรรม คือเมตตากรุณา ซึ่งเป็นคุณธรรมพื้นฐานสำหรับวิชาชีพพยาบาลในการดูแลผู้ป่วยหรือผู้รับบริการ เมตตากรุณา เป็นคุณธรรมในหมวดพรหมวิหาร 4 ซึ่งสามารถจะพัฒนาให้เกิดขึ้นได้และมักจะเจริญ (ปฏิบัติ) ควบคู่กับคุณธรรมในหมวดสังคหวัตถุ 4 โดยนักศึกษาสามารถตรวจสอบได้จากความคิดของตนเอง อย่างเช่นในกรณีคุณป้าที่นักศึกษาช่วยกันดูแล โดยที่ครูไม่ได้มอบหมาย เพราะขณะนั้นนักศึกษากำลังเกิดเมตตาทำให้เกิดความเห็นใจในความทุกข์ของคุณป้า ปรารถนาจะให้คุณป้ามีความสุขและจิตของนักศึกษาจะรู้สึกหวั่นไหวทนเห็นผู้ป่วยมีความทุกข์ไม่ได้ ขณะนั้นจิตจะเกิดกรุณาทำให้กระตือรือร้นและรีบให้ การพยาบาลช่วยเหลือบรรเทาอาการความไม่สุขสบาย ทำให้สามารถแสดงออกได้ทั้งกาย วาจา และใจดีงาม เพราะจิตใจที่ดีงาม (กุศล) นั้น จึงทำให้นักศึกษารู้สึกมีความสุขขณะให้การพยาบาล ซึ่งเมตตาและกรุณาเป็นคุณธรรมที่มักจะเกิดขึ้นควบคู่กัน โดยผู้ป่วยสามารถรับรู้ได้ถึงท่าทีที่นักศึกษาแสดงออก รวมทั้งความอ่อนโยนนุ่มนวลความปรารถนาดีที่นักศึกษามีในขณะเปลี่ยนผ้าหรือดูแลความสะอาดผิวหนังนั้น อาจมีกุศลจิต   เรื่องการให้ (ทาน) เกิดขึ้น ทาน เป็นคุณธรรมในหมวดสังคหวัตถุ 4 การเจริญ (ปฏิบัติ) ทาน คือ การให้ หรือการเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่หรือการสงเคราะห์ช่วยเหลือเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของคุณป้า  โดยนักศึกษาช่วยกันจัดเตรียมเครื่องนุ่งห่ม ช่วยเหลือเปลี่ยนผ้าที่เปื้อนสิ่งขับถ่าย เพราะกลัวว่าจะเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง และนักศึกษาจะเห็นได้ว่าการเจริญพรหมวิหาร 4 และสังคหวัตถุ 4 นั้น มักจะเกิดขึ้นควบคู่กันเสมอ ซึ่งเป็นคุณธรรมที่สอดคล้องกลมกลืนกัน นี่เป็นการให้ความละเอียดอ่อนของพุทธธรรม นอกจากนี้การให้ความรู้ต่างๆ แก่ผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการก็เป็นทานชนิดหนึ่ง (ธรรมทาน) ดังนั้นจะเห็นได้ว่าการเจริญคุณธรรม เมตตากรุณาจะช่วยทำให้พยาบาลไม่รู้สึกโกรธ โมโห เวลาที่ผู้ป่วยเรียกบ่อยๆ เพราะเข้าใจในความทุกข์ที่เกิดขึ้น พยาบาลเป็นปุถุชนบางครั้งอาจมีอารมณ์โกรธ โมโหได้ พยาบาลจึงจำเป็นต้องฝึกความอดทน (ขันติ) และให้อภัย (อภัยทาน) ซึ่งถือว่าเป็นคุณธรรมขั้นสูงที่ควรปฏิบัติควบคู่กับความเจริญเมตตา/กรุณา” นอกจากนี้นักศึกษาก็ยังเจริญกุศลเกี่ยวกับอัตถจริยา เพราะช่วยกันอุทิศเวลาที่น่าจะเป็นเวลาพักมาช่วยเหลือดูแลเอาใจใส่สงเคราะห์ให้ผู้ป่วยได้รับความสุขสบาย เป็นการทุ่มเทแรงกายแรงใจในการดูแลผู้ป่วย รวมทั้งยังได้ช่วยเหลือญาติแบ่งเบาภาระในการดูแลผู้ป่วย โดยเห็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยและญาติเป็นสำคัญ ซึ่งถือได้ว่าการเจริญกุศลเรื่องอัตถจริยาร่วมด้วย เมื่อผู้ป่วยรู้สึกสุขสบายมากขึ้นแสดงสีหน้าแจ่มใส เนื่องจากมีความสุขสบายกายและสบายใจที่มีนักศึกษาคอยช่วยเหลือความวิตกกังวลก็ลดลง ในขณะที่เห็นภาพเหล่านั้นนักศึกษารู้สึกอย่างไร”

          นักศึกษา “หนูรู้สึกพลอยมีความสุขที่ได้เห็นคุณป้าที่อาจารย์บอกว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายนอนกอดหลานสาวหน้าตายิ้มแย้ม แจ่มใส มีลูกสาวคอยบีบๆ นวดๆ ดูแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นภาพคนใกล้จะตายเลยค่ะ”

          ผู้เขียน “การที่นักศึกษารู้สึกมีความสุขเมื่อเห็นผู้อื่นมีความสุข ในขณะนั้นจิตของนักศึกษากำลังเจริญคุณธรรมข้อที่เรียกว่า มุทิตา ที่เป็นคุณธรรมในหมวดพรหมวิหาร 4 เช่นเดียวกัน และยังมีคุณธรรมอีกข้อหนึ่งคือ อุเบกขา ซึ่งหมายถึง การมีใจเป็นกลางหรือวางจิตให้เรียบสงบได้ เมื่อเห็นผู้อื่นได้รับกรรมหรือมีความทุกข์ พยาบาลจะต้องเจริญคุณธรรมนี้บ่อยๆ เพราะพยาบาลต้องเผชิญหน้ากับการเปลี่ยนแปลงของผู้ป่วยอยู่เกือบตลอดเวลา เช่น การเสียชีวิตของผู้ป่วยและความเศร้าโศกสูญเสียของญาติภายหลังการเสียชีวิตของผู้ป่วย เป็นต้น โดยต้องไม่ทำให้จิตเศร้าหมองเมื่อพบเห็นเหตุการณ์เหล่านั้น เพราะจะทำให้จิตใจสลดหดหู่ มีผลกระทบกับการทำงาน เพราะถ้าจิตใจเศร้าหมองก่อให้เกิดการอ่อนล้า ความกระตือรือร้นในการทำงานจะลดลงหรือไม่สามารถช่วยประคับประคองญาติได้ ภายหลังการเสียชีวิตของผู้ป่วยต้องรู้ว่านั้นคือธรรมชาติของชีวิตไม่มีใครหนีพ้นได้ ดังนั้นนักศึกษาต้องทำความเข้าใจธรรมชาติของชีวิต เพราะจะทำให้สามารถช่วยเหลือหรือให้ความรู้แก่ผู้ป่วยและญาติ สามารถเผชิญกับความรู้สึกเศร้าโศกหรือการสูญเสียได้ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างกุศลอีกอย่างหนึ่งเช่นเดียวกัน”

          นักศึกษา “แต่ป้าบอกพวกหนูว่า ป้ายังไม่อยากตายตอนนี้ ป้าบอกว่าถ้าป้าอาการดีขึ้นจะไปบวชชีพราหมณ์แก้บน ป้ารักลูกสาวกับหลานสาวมากป้าอยากช่วยเลี้ยงหลานเหมือนเดิม ลูกสาวจะได้มีเวลาตัดเย็บเสื้อผ้าจะได้มีเงินมากๆ เพราะหมดเปลืองไปกับป้ามากแล้ว”

          ผู้เขียน “มนุษย์เราทุกคนตราบใดที่ยังมีลมหายใจก็มีความหวังด้วยกันทั้งนั้น แต่ความหวังของคุณป้าไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะเข้าสู่ระยะสุดท้ายของชีวิต ซึ่งคุณป้าก็รับรู้ในการดำเนินการของโรคเป็นอย่างดี   ซึ่งการบนของผู้ป่วยนั้นเป็นความต้องการด้านจิตวิญญาณที่ทำให้มีความหวังและยังมีพลังในการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป ด้านลูกสาวของคุณป้าเองก็บอกว่าต้องการให้ป้าอยู่ให้นานที่สุดเช่นกัน เพราะต้องการตอบแทนคุณแม่ให้มากที่สุดนั้นเป็นคุณธรรมพื้นฐานเรื่องความกตัญญูของสังคมไทย ดังนั้นการพูดความจริงกับผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญซึ่งจัดอยู่ในหลักธรรมที่เรียกว่า ปิยวาจา การใช้ปิยวาจาในการพูดคุยคือการให้ข้อมูลตามความเป็นจริง โดยเป็นการพูดเพื่อประคับประคองจิตใจ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยและญาติสามารถเผชิญกับความจริงและ  ยอมรับกับธรรมชาติของชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ บางครั้งต้องใช้เวลาในการอธิบายให้ผู้ป่วยและญาติเข้าใจ และยอมรับได้มากขึ้นทีละน้อยหลังจากนั้นผู้เขียนกับนักศึกษาตรวจเยี่ยมผู้ป่วยอีกครั้งก่อนลงจาก   การฝึกปฏิบัติงาน

          ในสัปดาห์ต่อมาก่อนที่ผู้เขียนจะมอบหมายผู้ป่วยให้นักศึกษารับผิดชอบ ได้มีนักศึกษา ก. มาพบและขออนุญาตเป็นผู้ดูแลผู้ป่วยรายนี้ เพราะต้องการให้การพยาบาลอย่างต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อนและชอบที่ผู้เขียนได้สอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมต่างๆ ที่พยาบาลควรปฏิบัติกับผู้ป่วยหรือผู้ใช้บริการ ทำให้รู้สึกรักวิชาชีพและตั้งใจเป็นพยาบาลที่ดีและรู้สึกว่าการให้หลักธรรมคำสอนทางพระพุทธศาสนามาใช้ในการปฏิบัติการพยาบาลไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเหมือนที่เคยคิด ผู้เขียนอนุญาตและเมื่อขึ้นปฏิบัติงานนักศึกษาจะให้ความสนใจช่วยเหลือผู้ป่วยรายนี้มาก ผู้เขียนสังเกตเห็นผู้ป่วยเตียงข้างเคียงมองดูนักศึกษาและสอบถามว่าทำไมไม่จัดนักศึกษาดูแลให้บ้างเพราะตนเองอายุมากเหมือนกันผู้เขียนอธิบายให้ผู้ป่วยรายนั้นทราบถึงเหตุผลและจำนวนนักศึกษามีน้อยแต่ก็ยินดีช่วยเหลือถ้าผู้ป่วยต้องการ

          เมื่อมีเวลาว่างผู้เขียนพบนักศึกษาและเล่าเหตุการณ์ให้นักศึกษาฟัง ยกตัวอย่างคุณธรรมในหมวดสังคหวัตถุ 4 คือ สมานัตตตา คือการรู้จักวางตนให้เหมาะสม รวมทั้งการมีความเสมอภาคและความยุติธรรมในการให้การดูแลผู้ป่วย โดยจะต้องให้การดูแลเท่าเทียมกันต่อผู้ป่วยรายอื่น เพราะอาจมีผู้ป่วยรายอื่นอาจจะ รู้สึกว่าไม่ได้รับความยุติธรรมมีการเลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะถ้าจบเป็นพยาบาลมีการเลือกสังคมจะคาดหวัง   มากยิ่งขึ้น ดังนั้นการแสดงออกต่างๆ ของพยาบาลต้องมีความเสมอภาคกับผู้ป่วยทุกคน

          ในวันต่อมาเมื่อผู้เขียนขึ้นมาที่หอผู้ป่วยพบนักศึกษาที่ดูแลคุณป้านั่งซึมและมีน้ำตาไหลอยู่ในห้องประชุมปรึกษาทางการพยาบาล ผู้เขียนเข้าไปโอบไหล่นักศึกษา

          ผู้เขียน “เกิดอะไรขึ้น มีอะไรให้ครูช่วยบ้างครูยินดีช่วยนักศึกษานะค่ะ”

          นักศึกษาร้องไห้มากขึ้น “คุณป้าเสียชีวิตเมื่อคืนนี้แล้วค่ะ หนูไม่อยากเชื่อเลย เมื่อวานป้าก็ดูดีอยู่เลย ยังบอกว่าพรุ่งนี้ป้าจะรอหนูนะ ขอบคุณ อวยพรให้หนูประสบความสำเร็จทุกวัน” “ป้าจะรอพวกหนูทุกวัน ป้าบอกว่าพวกหนูเหมือนนางฟ้ามาทีไรคนไข้ก็มีความสุข”

          ผู้เขียนปล่อยให้นักศึกษาได้ร้องไห้ เพื่อระบายความรู้สึก แล้วจึงสะท้อนให้นักศึกษาได้เห็นถึงการมีอุเบกขาต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพื่อให้นักศึกษาเข้าใจธรรมชาติของชีวิตมากขึ้น และควรมีสติในการพิจารณาอารมณ์และความรู้สึกของตนเอง ตระหนักรู้ว่าได้ทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว เมื่อนักศึกษารู้สึกดีขึ้น ยังได้บอกกับผู้เขียนว่าจะชวนเพื่อนๆ ไปทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ป้า ผู้เขียนกล่าวชื่นชมในกุศลเจตนาของนักศึกษา

          จากกรณีศึกษาจะเห็นได้ว่าการสอนเพื่อสอดแทรกคุณธรรมและจริยธรรมในวิชาชีพการพยาบาลเป็นสิ่งที่ครูคลินิกทุกคนควรร่วมมือกัน โดยครูคลินิกและพยาบาลรุ่นพี่สามารถเป็นตัวอย่างที่ดีในการปฏิบัติและช่วยสะท้อนความคิดให้นักศึกษามีความเข้าใจยิ่งขึ้น สิ่งสำคัญคือครูคลินิกควรกระจ่างในความคิดและ               การปฏิบัติของตนเองในการใช้หลักธรรมคำสอนในพระพุทธศาสนามาเป็นแนวทางในการสอนเพราะพุทธศาสนาเป็นพื้นฐานของวัฒนธรรมไทยมาช้านาน โดยครูคลินิกต้องมีความพยายามที่จะเชื่อมโยงพระธรรมคำสอนสู่การปฏิบัติการพยาบาล เพื่อช่วยกันสร้างเสริมจริยธรรม และคุณค่าของวิชาชีพการพยาบาลให้มีความเหมาะสมแก่สังคมไทยสืบไป

เอกสารอ้างอิง

ทัศนีย์ ทองประทีป และคณะ. (2545). พุทธธรรมเพื่อการพยาบาล. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์บริษัทเอกพิมพ์ไทย.

ทัศนีย์ ทองประทีป และบุญทิวา สู่วิทย์. (2545). พรหมวิหาร 4: ปัญญาสำหรับพยาบาล. ในพุทธธรรมเพื่อการพยาบาล (หน้า 56-68). ทัศนีย์ ทองประทีป (บรรณาธิการ). กรุงเทพฯ:

โรงพิมพ์บริษัทเอกพิมพ์ไทย.

สุจิตรา รณรื่น. (2545). ปรัชญาเบื้องต้น.(พิมพ์ครั้งที่ 5). กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ทิพยวิสุทธิ์.

พระเทพดิลก (ระแบบ จิตญาโณ). (2544). กาลามสูตรพูดไว้อย่างไร?. (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพมหานคร: พรศิวการพิมพ์.

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(ป.อ ปยุตโต). (2559). พจนานุกรรมพุทธศาสนา: ฉบับประมวลธรรม: (Dictionary of Buddhism). (พิมพ์ครั้งที่38). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ผลิธัมม์

บรรณานุกรม

สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์(ป.อ ปยุตโต). (2559). พุทธธรรม ฉบับปรับขยาย. (พิมพ์ครั้งที่47). กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์ผลิธัมม์

ที.ปา. (ไทย) ๑๑/๒๗๒/๒๑๖