พุทธพยากรณ์ในพระสุบินของพระเจ้าปเสนทิโกศลในมิติของสถานการณ์ปัจจุบัน

พุทธพยากรณ์ในพระสุบินของพระเจ้าปเสนทิโกศลในมิติของสถานการณ์ปัจจุบัน  

ในสมัยพุทธกาลมีกษัตริย์พระองค์หนึ่งที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาเป็นอย่างมาก พระนามของพระองค์คือ พระเจ้าปเสนทิโกศล โดยรวมแล้วพระนามนี้มีความหมายว่า “กษัตริย์ผู้ฉลาดสามารถรบชนะศัตรูทั่วสารทิศ” พระองค์เป็นพระราชโอรสของพระเจ้ามหาโกศล เมื่อสมัยที่พระองค์ทรงดำรงพระยศเป็นมกุฎราชกุมาร พระบิดาได้ส่งไปศึกษาวิชาการต่าง ๆ ที่สำนักตักศิลา ซึ่งอยู่ในแคว้นคันธาระ หลังจากสำเร็จการศึกษาพร้อมพระสหายร่วมรุ่นอีก ๒ พระองค์ คือเจ้าชายมหาลิจากเมืองเวสาลี แคว้นวัชชี และเจ้าชายพันธุละ จากเมืองกุสินารา แคว้นมัลละ พระองค์ได้รับการราชาภิเษกจากพระราชบิดาให้ปกครองแคว้นโกศล ซึ่งมีเมืองสาวัตถีเป็นราชธานี ครั้นเมื่อพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ทรงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนา พระองค์ทรงเลื่อมใสและเคารพนับถือในพระผู้มีพระภาคเจ้าอย่างมั่นคง ทรงเป็นองค์อุปถัมภก  มีความใกล้ชิดและเป็นพระญาติกับพระผู้มีพระภาคเจ้าในเวลาต่อมา
 
            พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงมีพระมเหสีหลายพระองค์ แต่ที่ทรงยกย่องมี ๒ พระองค์คือ   พระนางวาสภขัตติยาและพระนางมัลลิกา ซึ่งพระนางมัลลิกานี้เป็นพระมเหสีที่ไม่ทรงพระสิริโฉม แต่เป็นผู้ที่มีปัญญาเฉลียวฉลาดเป็นเลิศ ส่วนพระเจ้าปเสนทิโกศลนับได้ว่าเป็นกษัตริย์ที่มีพระปรีชาสามารถมาก  ที่สำคัญคือการมีกองทัพที่เข้มแข็ง  และฉลาดในการรบมากที่สุดพระองค์หนึ่ง[๑]            เหตุการณ์ครั้งสำคัญได้เกิดขึ้นในคืนหนึ่ง พระเจ้าปเสนทิโกศล ได้สุบินนิมิตประหลาดถึง ๑๖ ประการ รุ่งขึ้นจึงตรัสสั่งประชุมเสนามหาอำมาตย์พราหมณ์แต่เช้า