วิกฤตช้างไทย: เส้นทางสู่ความมืดมนหรือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

วิกฤติช้างไทย: เส้นทางสู่ความมืดมนหรือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

โดย...ชายนำ ภาววิมล...

บทนำ

        รัฐชาติที่มีวิวัฒนาการทางประวัติศาสตร์มายาวนาน ต่างก็มีการสั่งสมอารยธรรมและก่อรากสร้างฐานทุนสังคม (Social capital) ที่สามารถหยิบจับมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอย่างไม่มีวันจบสิ้น ประหนึ่งว่ารัฐชาตินั้น มีขุมทรัพย์ฝังอยู่ตามสี่มุมเมือง เปรียบได้ดั่งขุมทรัพย์ทั้งสี่ที่เป็นสหชาติของพระบรมศาสดายามประสูติกาล (นิธิกุมภีหรือขุมทองทั้ง ๔ ประกอบด้วย ขุมทองสังขนิธี ขุมทองเอลนิธี ขุมทองอุบลนิธี ขุมทองปุณฑริกนิธี) ประเด็นสำคัญคือคนในรัฐชาตินั้นรู้จักคุณค่าและสามารถนำทุนสังคมนั้นมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาที่มีเอกลักษณ์เฉพาะและตรงกับอัตลักษณ์ของตนอย่างยั่งยืนหรือไม่ วิกฤติช้างไทยเป็นปัญหาสำคัญประการหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นภาพความเสื่อมถอบทางด้านบทบาทและหน้าที่ของช้างไทย จากเดิมที่เป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองและเป็นความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างที่หยั่งลึกลงไปในจิตวิญาณของสังคมชนชาวสยามจนยากที่จะหาสัตว์อื่นใดมาทัดเทียมหรือทดแทนได้ มาถึงทุกวันนี้ บทบาทและหน้าที่ทางสังคมของช้างไทยเสื่อมถอยไปอย่างรวดเร็ว จากความยิ่งใหญ่ในอดีต เหลือไว้แต่เพียงสถานะของสัตว์ใหญ่ประเภทหนึ่งที่อยู่ท่ามกลางความรักความห่วงใยที่ยังขาดพลังร่วมในการบริหารจัดการด้านสวัสดิภาพ (Animal welfare) คุณภาพชีวิตที่ดีของช้างไทยอย่างเป็นระบบและครบวงจร ในอีกด้านหนึ่งของสังคมไทย ช้างป่ากลายเป็นคู่กรณีของชาวบ้านที่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมแถบชายป่าในแต่ละภูมิภาคของราชอาณาจักรไทย เป็นเหตุให้ช้างไทยต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ นานัปการและเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ในอนาคตกาลที่ไม่มีผู้ใดสามารถคาดคะเนได้อย่างถูกต้อง

ความสำคัญและคุณค่าช้างไทย: “๑๓ มีนาคม ฤาจักเป็นเพียงแค่วันกิจกรรมช้างไทย”

        ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๔๑ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติให้ความเห็นชอบข้อเสนอของคณะกรรมการเอกลักษณ์ของชาติที่เสนอให้สถาปนาวันที่ ๑๓ มีนาคมทุกของปีเป็นวันช้างไทย โดยมีจุดมุ่งหมายที่จะให้ประชาชนคนไทย หันมาสนใจช้าง รักช้าง หวงแหนช้าง ตลอดจนให้ความสำคัญต่อการให้ความช่วยเหลืออนุรักษ์ช้างมากขึ้น ครั้งแรกพิจารณาเห็นว่าควรกำหนดให้วันที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกระทำยุทธหัตถีชนะพระมหาอุปราชาเป็นวันช้างไทย แต่มีการสถาปนาให้วันดังกล่าวเป็นวันกองทัพไทย คณะอนุกรรมการประสานงานอนุรักษ์ช้างไทยจึงเสนอให้วันที่ ๑๓ มีนาคม ซึ่งเป็นวันที่คณะกรรมการคัดเลือกสัตว์ประจำชาติมีมติให้ช้างเผือกเป็นสัญลักษณ์ของราชอาณาจักรไทยเป็นวันช้างไทย (http://scoop.mthai.com/specialdays/4965.html) และมีความเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่า ผลจากการมีวันช้างไทยเกิดขึ้น นับเป็นการยกย่องให้เกียรติว่าเป็นสัตว์ที่มีความสำคัญอีกครั้ง นอกเหนือจากเกียรติที่ช้างเคยได้รับในอดีต ไม่ว่าจะเป็นช้างเผือกในธงชาติ หรือช้างเผือกที่เป็นสัญลักษณ์ของประเทศ หรือสัตว์คู่พระบารมีของพระมหากษัตริย์

        การสถาปนาวันช้างไทย เปรียบได้ดั่งการกระทำที่มีจุดมุ่งหมายในการแสดงกตัญญุตาแก่สัตว์สำคัญซึ่งเป็นทั้งผู้มีคุณและเพื่อนแท้ของชนชาวสยามมานานนับพันปี คุณที่เป็นเหตุผลในการพิจารณาคัดเลือกช้างเป็นสัตว์ประจำชาติของไทย ประกอบด้วย ช้างเป็นสัตว์คู่บุญบารมีของพระมหากษัตริย์ไทย เป็นผู้ปกป้องเอกราชของชาติ การใช้ช้างในพระราชพิธีสำคัญๆ การใช้ช้างในแรงงานในอุตสาหกรรมป่าไม้ การใช้ช้างเป็นพาหนะในการคมนาคมขนส่ง แต่จักมีสักกี่คนที่มองภาพช้างทั้งตัวแบบรู้แจ้งตามความเป็นจริง ส่วนใหญ่ก็เป็นเสมือนตาบอดคลำช้าง คือเป็นการรับรู้เฉพาะภาพย่อยๆ ในส่วนที่ตนสัมผัสเท่านั้น แท้จริงแล้ว ช้างไทยมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับมุมมองต่างๆ อย่างน้อย ๕ ด้าน ดังนี้

 

        ๑) ด้านชีววิทยา ช้างไทยเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีงวง (Proboscidea) และสืบสายพันธุ์มาจากเอลลิฟาสโบราณหรือช้างเอเชียซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีวิวัฒนาการถึงจุดสูงสุดของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีงวง เป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่อยู่รวมกันเป็นโขลงๆ ละ ๑๕–๒๐ เชือก แต่ละโขลงประกอบด้วยช้างที่มีอายุแตกต่างกัน ตั้งแต่ช้างแรกเกิดจนถึงช้างวัยชรา มีการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีการสั่งสมประสบการณ์การดำรงชีวิตและถ่ายทอดประสบการณ์จนรุ่นหนึ่งไปยังอีกรุ่นหนึ่งอย่างต่อเนื่อง อาศัยอยู่ในป่าดงดิบทั้งสามารถปรับตัวเข้ากับพื้นที่หลายสภาพ ช้างแต่ละโขลงครอบ ครองพื้นที่หากินประมาณ ๑๐๐-๓๐๐ ตารางกิโลเมตร ช้างแต่ละตัวกินอาหารประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ กิโลกรัม/วัน น้ำประมาณ ๑๕๐-๒๐๐ ลิตร/วัน ข้อมูลด้านชีววิทยาของช้างมีสาระสำคัญโดยสังเขปคือช้างเป็นสัตว์ในชั้น (class) สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม (Manmalia) ลำดับ (order) โปรบอสซิเดีย(Proboscidea) หรือ สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีงวง มี ๓ ลำดับย่อย (suborder) คือ โมริธีริออยเดีย (Moeritheriodea), ไดโนธีริออยเดีย (Deinotheriodea), เอลลิฟานตอยเดีย (Elephatoidea) คุณค่าทางด้านวิวัฒนาการของช้างในสถานะที่เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่มาก มาจากข้อสรุปที่ว่า ช้างที่ค้นพบในปัจจุบัน มี ๓๘ สกุล (genera) ๑๖๒ ชนิด (species) มีวิวัฒนาการมาจากช้างดึกดำบรรพ์ในยุคซิโนโซอิก(Cenozoic) อายุอยู่ในช่วง ๕๗.๘ ล้านปีก่อน โดยมีโมริธีเนียม (Moeritherium) เป็นต้นตระกูลช้างทุกชนิด ปัจจุบันสูญพันธุ์เกือบหมด เหลือเพียง ๒ สกุลคือ ช้างแอฟริกา (L.africa) หรือโลโซดอนต้า (Loxodonta) และช้างเอเชีย (E.maximus) หรือ เอลลิฟาส (Elephas)  

        ๒) ด้านธรณีวิทยา ในราชอาณาจักรไทย มีการขุดค้นพบซากช้างดึกดำบรรพ์ (Fossil) โดยบังเอิญหลายครั้ง อาทิ พบกรามช้างสายพันธุ์สเตโกดอนอินสิกนิส (Stegodon insignis) จากการขุดเจาะวางฐานรากสะพานเดชาติวงศ์ จังหวัดนครสวรรค์ ฟันและงาส่วนล่างของช้างสายพันธ์สเตโกโลโพดอน (Stegolopodon) ที่เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง งาช้างสภาพสมบูรณ์ที่อำเภอปง จังหวัดพะเยา ที่สำคัญยิ่ง คือ พบซากช้างดึกดำบรรพ์แหล่งใหญ่จากการขุดบ่อทรายริมแม่น้ำมูลที่ตำบลท่าช้าง อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดนครราชสีมา มีอายุราว ๑๓ – ๑๕ ล้านปี ครอบคลุมพื้นที่กว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ จำนวน ๘ สกุล ดังนี้ ช้างสี่งา (กอมโฟธีเรียม: Gomphotherium) ช้างงาจอบ (โปรไดโนธีเรียม: Prodeinotherium) ช้างงาเสียม (โปรตานันคัส: Protanancus) ช้างสเตโกโลโฟดอน (Stegolophodon) ช้างสี่งา (เตตระโลโฟดอน:Tetralophodon) ช้างสเตโกดอน (Stegodon) ช้างซิโนมาสโตดอน (Sinomastodon) และช้างเอเชียโบราณ (เอลิฟาส: Ancient Elephas)สันนิษฐานว่าพื้นที่นี้ เคยเป็นเขตพื้นที่ที่ช้างป่าทั้งยุคก่อนประวัติศาสตร์และยุคประวัติศาสตร์ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง (นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์) เดินข้ามแม่น้ำมูลไปมา เมื่อมีภัยธรรมชาติหรือเกิดน้ำหลากรุนแรง ฝูงช้างและสัตว์ป่าล้มตายจำนวนมากและซากถูกตะกอนทับถมมาตั้งแต่ ๑๖ ล้านปีก่อนยุคประวัติศาสตร์

        ๓) ด้านเศรษฐกิจและการเมือง ในอดีตกาล ช้างไทยเป็นยุทธปัจจัยสำคัญยิ่งในการทำสงครามกับอาณาจักรรอบด้าน มีการฝึกช้างเพื่อใช้ในการทำสงครามในรูปแบบของกองทัพช้างและจัดตั้งหน่วยงานรับผิดชอบในการกำกับดูแล/ใช้ประโยชน์จากช้างโดยตรง คือ กรมพระคชบาล เป็นสินค้าผูกขาดของราชสำนักในสมัยกรุงศรีอยุธยาโดยเฉพาะช้างที่ฝึกพร้อมใช้งานเป็นสินค้าส่งออกไปยังอินเดียซึ่งต้องการใช้ช้างในสงครามระหว่างแคว้นต่างๆ (มรดกไทย มรดกโลก, ๒๐๖)  เป็นพาหนะในยุคสมัยที่การคมนาคมยังไม่เจริญเทียบเท่าปัจจุบัน เป็นแรงงานในอุตสาหกรรมป่าไม้ทางภาคเหนือ แม้ในห้วงระยะเวลาที่โครงสร้างและหน้าที่ในระบบเศรษฐกิจและการเมืองของช้างไทยจะลดความสำคัญลงไปเป็นอันมาก โครงสร้างและหน้าที่ที่มีอยู่จริงในภาคเศรษฐกิจและเห็นชัดในปัจจุบันคือ เป็นนักแสดงและพนักงานบริการอยู่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และที่ปฏิเสธมิได้คือ ช้างไทยเป็นปัญหาสาธารณะประการหนึ่งที่มีรัฐจำเป็นต้องเข้ามาบริหารจัดการ กำกับดูแลให้คนและช้างป่าสามารถอยู่ร่วมกันอย่างเป็นสุข และให้ช้างบ้านได้รับการคุ้มครอง มีสวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี รวมตลอดทั้งการบังคับใช้กฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาและข้อบัญญัติขององค์กรระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาการค้าสัตว์ป่าและการคุ้มครองสัตว์ที่ใกล้จะสูญพันธุ์

        ๔) ด้านสังคม ช้างเป็นสัญลักษณ์ประจำชาติที่มีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตดั่งเดิมของชนชาวสยามอย่างลึกซึ้งจนยากที่จะหยิบยกคำกล่าวใดมาอธิบายได้อย่างชัดเจน การเรียนรู้ทำความเข้าใจโครงสร้างและหน้าที่ของช้างไทยในสถานะที่เป็นหน่วยหนึ่งของสังคมไทย เป็นปรากฏการณ์ที่ต้องพิจารณาทั้งในระดับที่เป็นโครงสร้างพื้นผิวและโครงสร้างระดับลึก (Deep structure) ซึ่งเป็นความสัมพันธ์อันลึกซึ้งระหว่างช้างไทยกับชนชาวสยามที่มีความรักผูกพันมากกว่าการเป็นสัตว์เลี้ยงอย่างหนึ่งของมนุษย์ เป็นโครงสร้างความสัมพันธ์ที่ผ่านพ้นกาลเวลาอันยาวนานนับพันปี จากจุดเริ่มต้นทางประวัติศาสตร์ที่มีหลักฐานอ้างอิงในจดหมายเหตุของจีนว่าชนชาติในภูมิภาคเอเชียอาคเนย์รู้จักฝึกหัดช้างไว้ใช้งานตั้งแต่ครั้งอาณาจักรฟูนัน ความเชื่อและสายสัมพันธ์เชิงโครงสร้างและหน้าที่ระหว่างช้างไทยกับชนชาวสยามก่อตัวและพัฒนาเป็นศิลปะและวัฒนธรรมด้านต่างๆ ที่มีความหลากหลาย มีความสลับซับซ้อน ความประสมกลมกลืน และถักทอร้อยเรียงขึ้นเป็นหนึ่งในสองของอารยธรรมย่อยของสยามประเทศ (อารยธรรมย่อยชุดแรกของไทย คือ อารยธรรมข้าว อันเป็นโครงสร้างความสัมพันธ์ระหว่างข้าวกับวิถีชีวิตของคนไทย อารยธรรมย่อยชุดที่สอง คือ อารยธรรมช้าง อันเป็นสารัตถะสำคัญที่นำเสนอในข้อเสนอดุษฎีนิพนธ์สาขาวิชาการบริหารการพัฒนา โดยพิจารณาจากชุดความสัมพันธ์เชิงโครงสร้าง ๒ ชุด ชุดแรก ชุดความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อ ชนชาวสยาม ช้างไทย ชุดที่สอง ชุดความสัมพันธ์ระหว่างศิลปะและวัฒนธรรม สัญลักษณ์ วิถีชีวิต) อันมีลักษณะเฉพาะที่ทำให้สังคมไทยแตกต่างไปจากชนชาติอื่นในดินแดนแห่งนี้    

        ๕) ด้านความเชื่อและวัฒนธรรม ความเชื่อเกี่ยวกับช้าง (ประกอบด้วย ความเชื่อของชนเป่าพื้นเมืองในดินแดนอุษาคเนย์, ความเชื่อในพุทธศาสนา, ความเชื่อที่ได้รับอิทธิพลจากศาสนาฮินดู) เป็นเหตุปัจจัยที่ก่อให้เกิดความหลากหลาย ความสลับซับซ้อนทางด้านศิลปะและวัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนในดินแดนอุษาคเนย์โดยเฉพาะชนชาวสยามซึ่งมีลักษณะของความผูกพันกับช้างที่มีตัวตนในโลกแห่งความเป็นจริง ช้างในโลกของความเชื่อและจินตนาการ เป็นความผูกพันที่เป็นไปตามเวทนานุปัสสนาคืออารมณ์ความรู้สึกที่ได้จากการสัมผัสรับรู้ วิวัฒนาการที่ผ่านพ้นกาลเวลาอันยาวนาน แต่ละห้วงเวลา มีการสร้างสรรค์สัญลักษณ์ ศิลปะและวัฒนธรรมทั้งในระดับประณีตศิลป์(Fine Arts) และศิลปะชาวบ้าน(Folk Arts) อาทิ สถาปัตยกรรม, ประติมากรรม, จิตรกรรม, เครื่องประดับ, ความเชื่อ, เครื่องรางของขลัง, พิธีกรรม, วัฒนธรรมและประเพณี, กฎหมาย กฎมณเฑียรบาล ฐานนุรูปและฐานานุศักดิ์,  วรรณคดีและวรรณกรรม, สุภาษิตและคำพังเพย พัฒนา สั่งสม ส่งผ่านและถ่ายทอดไปสู่ชนรุ่นต่อไปอย่างต่อเนื่อง

        กิจกรรมวันช้างไทยเป็นเสมือนงานประจำปีที่หน่วยงานภาครัฐและมวลชนคนรักษ์ช้างร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อรณรงค์ให้คนไทยเห็นความสำคัญและช่วยกันอนุรักษ์ช้างให้อยู่คู่กับสังคมไทย หลายแห่งจัดกิจกรรมทำบุญและเลี้ยงอาหารช้างโดยการนิมนต์พระมาเจริญพระพุทธมนต์ ประพรมน้ำพระพุทธมนต์ เลี้ยงอาหารช้าง บ้างก็ให้เด็กมาขี่ช้างโดยมีเหตุผลสนับสนุนคือ เพื่อให้เด็กเรียนรู้วิถีชีวิตของช้างภายหลังจากที่เจ้าของขายช้างให้นายทุนไปเพราะแบกรับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูช้างไม่ไหว บางเห็นก็ก้าวไปอีกระดับหนึ่งด้วยการปรับปรุงพื้นที่แห้งแล้งและปลูกต้นไม้ที่เป็นอาหารช้าง นี่ดูเหมือนเป็นกิจกรรมที่ทำกันเป็นประจำทุกปี ถึงปีหนึ่งก็ต้องมาร่วมแรงร่วมใจแสดง กตัญญุตาธรรมสักครั้งหนึ่ง ทำเพื่อให้รู้ว่าทุกวันนี้ไม่ลืมคุณของช้างที่มีบทบาทสำคัญในการต่อสู้เพื่อรักษาเอกราชให้กับชนชั้นหลัง ทำเพื่อสะกิดเตือนให้หลายๆ คนที่เริ่มคลายความรักความผูกพันที่เคยมีต่อเผ่าพันธุ์ของเพื่อนแท้ผู้สร้างคุณูปการอันใหญ่หลวงให้กับสยามประเทศในอดีต แต่กุศลเจตนาที่คนรักษ์ช้างกระทำในวันที่ ๑๓ มีนาคม ของทุกปี จักสัมฤทธิ์ผลหรือไม่ คงต้องช่วยกันภาวนาว่า“มาช่วยกันรักช้างทุกวันเถิด  อย่ารักษ์ช้างเพียงวันที่ ๑๓ มีนาคม อย่ามีแค่ความรักความเมตตา จงมีความกรุณาและกตเวทิตาต่อเพื่อนเหล่านี้เถิด

วิกฤติช้างไทย: เส้นทางสู่ความมืดมนหรือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์

        แม้ว่ารัฐประกาศให้ช้างไทยเป็นหนึ่งในสามสัญลักษณ์ของประเทศและสถาปนาวันที่ ๑๓ มีนาคมของทุกปีเป็นวันช้างไทย และหลายฝ่ายมีความเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าการสถาปนาวันที่ ๑๓ มีนาคมของทุกปีเป็นวันช้างไทยมีส่วนทำให้วิกฤติช้างไทยคลี่คลายลง อัตราการเพิ่มของช้างป่าในแต่ละเขตพื้นที่มีจำนวนเพิ่มมากกว่า รัฐสามารถจัด การและแก้ไขปัญหาช้างเร่ร่อนได้อย่างมีประสิทธิผล แต่ก็มีเสียงเล็กๆ ที่พยายามสะท้อนและกระซิบดังๆ ว่า ภาพ รวมของสังคมไทย ยังไม่ตระหนักถึงคุณค่าและความสำคัญของช้างเหมือนดั่งอดีตที่ผ่านมา แม้จะมีความรัก ความเมตตา ความเอื้ออาทรต่อช้าง แต่ก็เป็นความรักที่ฉาบฉวย ความรักที่ขาดการเอาใจใส่และหมั่นดูแลช้างให้มีสวัสดิภาพและคุณภาพที่ดีอย่างต่อเนื่อง ทั้งมีการปล่อยปละละเลยให้มีการละเมิดหรือการกระทำที่สุ่มเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ของช้างไทย แสดงออกต่อเมื่อเกิดเหตุหรือมีกระแสสังคมเรียกร้อง ทั้งเป็นการแสดงออกในลักษณะไฟไหม้ฟาง ในมุมมองด้านเศรษฐกิจ ช้างไทยเป็นต้นทุนทางสังคมที่มีศักยภาพสูงเกินพอที่จะนำมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาที่สอดคล้องกับอัตลักษณ์ของความเป็นไทย เป็นทรัพยากรการท่องเที่ยวทั้งในเชิงอนุรักษ์ ประวัติศาสตร์ ศิลปะและวัฒนธรรม การใช้ประโยชน์จากช้างไทยดังกล่าว ยังคงเป็นการใช้ประโยชน์เฉพาะในปัจจุบัน ทั้งยังเป็นการใช้ประโยชน์จากรูป(ร่างกายของช้าง) โดยละเลยคุณค่าของนามไปอย่างน่าเสียดาย การใช้ประโยชน์จากร่างกายของช้างเป็นเหตุปัจจัยที่นำไปสู่ปัญหาทารุณกรรมและทำลายชีวิตเพื่อหวังประโยชน์เพียงส่วนน้อย การบริหารจัดการช้างไทยยังไม่สามารถย่างกรายเข้าสู่ประโยชน์ภายหน้า และประโยชน์สูงสุดจากเผ่าพันธุ์ของสัตว์โลกขนาดใหญ่ที่มีวิวัฒนาการมานานกว่า ๕๗ ล้านปี ทั้งเป็นสัตว์สำคัญที่ผูกพันกับชนชาวสยามมานานนับพันปี แม้นมีการดำเนินงานเพื่ออนุรักษ์และบริหารจัดการช้างไทยในวงกว้างทั่วทั้งประเทศ มีสถาบันและองค์กรต่างๆ เข้ามามีบทบาทและส่วนร่วมในการอนุรักษ์/นำมรดกทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวเนื่องกับช้างไทยมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศเป็นจำนวนมาก แต่ก็เป็นการดำเนินงานในระดับย่อยที่ขาดทิศทางและมาตรการที่มีประสิทธิภาพประสิทธิผลในการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน เป็นวิถีการดำเนินงานแบบแยกส่วน (partial) ที่ต่างคนต่างทำ ทำให้ขาดพลังขับเคลื่อนที่นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ในการบริหารจัด การช้างไทยอย่างเป็นรูปธรรม

 

 

        ความหลากหลายและความซับซ้อนของปัญหาวิกฤติช้างไทยที่ถูกเงื่อนปมต่างๆ ไว้จนแน่นและยากที่จะคลายออกด้วยวิธีการใดวิธีการหนึ่ง วิทยาการใดวิทยาการหนึ่ง เป็นความท้าทายหลากหลายมิติ ทั้งด้านวิชาการ นโยบายสาธารณะ และการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ในการทำความเข้าใจแบบรู้แจ้งตามความเป็นจริง สามารถระบุเหตุปัจจัย และวิธีการที่นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ดังนี้

        ๑. หน้าที่ที่หมดสิ้นกับไป (Nonfunction) กับความเป็นไปได้ในการสูญพันธุ์ (Extinction) ของช้างไทย การสูญพันธ์เป็นมาตรการคัดสรรขั้นสุดท้ายของกลไกธรรมชาติที่ส่งผลต่อการอยู่รอดของสัตว์ที่ไม่สามารถปรับตัวได้ และเป็นสมมุติฐานที่มีแนวโน้มจะเกิดกับโปรบอสซิเดีย ๒ สายพันธุ์สุดท้ายที่หลงเหลืออยู่ในโลกปัจจุบัน คือ ช้างแอฟริกาและช้างเอเชีย ช้างทั้งสองสายพันธุ์ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิศาสตร์ การแย่งถิ่นที่อยู่แหล่งอาหาร การไล่ล่าของมนุษย์ สมมุติฐานดังกล่าว มีแนวโน้มจักเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เป็นอนาคตที่คนรักษ์ช้างไม่สามารถคาดคะเนหรือคาดการณ์ได้อย่างถูกต้อง ทั้งเป็นอนาคตที่ไกลเกินกว่าที่จักนำมาพิจารณา ประเด็นที่ควรค่าแก่การพิจารณาคือการนำกรอบแนวคิด “หมดหน้าที่ (Non-function) ผลต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่มีความสำคัญต่อระบบทั้งที่ในอดีตเคยมีความสำคัญ” หนึ่งในสี่รูปแบบลักษณะของหน้าที่ที่Robert Merton มองว่ามีผลต่อความขลุกขลักหรือการกระตุกของสังคม โครงสร้างและหน้าที่ของช้างไทยในสังคมชนชาวสยาม ประกอบด้วย ๒ ลักษณะ คือ โครงสร้างและหน้าที่ทางธรรมชาติ ช้างเป็นสังคมสิ่งมีชีวิตในป่าใหญ่ที่นักนิเวศวิทยาจัดให้เป็นสัตว์ในตระกูล Super Keystone หมายถึง สัตว์ที่เป็นตัวชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศโดยรวม มีแบบแผนการดำเนินชีวิตเพื่อการเกื้อกูลและรักษาสิ่งแวดล้อม ธรรมชาติกำหนดให้ช้างมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้บริโภคซึ่งทำหน้าที่ถ่ายทอดอินทรีย์สารที่ผู้ผลิตสร้างขึ้นตามลำดับห่วงโซ่อาหารและเปลี่ยนอินทรีย์สารเป็นอนินทรีย์สารกลับเข้าสู่สิ่งแวดล้อมอีกครั้ง ทั้งออกแบบให้ช้างเป็นสัตว์ขนาดใหญ่ที่ต้องการปริมาณอาหารประเภทพืชบนผิวดินวันละ ๒๐๐ กิโลกรัมโดยประมาณ แต่มีข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหารที่มีความสามารถในการย่อยเพียงรอบเดียวและดูดซึมสารอาหารเพื่อใช้ประโยชน์ในการดำรงชีวิตต่ำ อาหารที่กินเข้าไปถูกขับออกมามากกว่าครึ่ง เป็นเหตุให้ช้างกินจุและกินได้ตลอดวัน เมื่อช้างเดินกินอาหารไปเรื่อยๆ กระบวนการย่อยและขับถ่ายของช้างใช้เวลาเพียง ๑๕ นาที มูลช้างมีเมล็ดพันธุ์ธัญพืชปะปนอยู่หลายชนิด เมล็ดพันธุ์เหล่านี้มีโอกาสงอกถึงร้อยละ ๘๐ ตามแต่ฤดูกาล นี่คือบทบาทสำคัญและกลไกหนึ่งที่ช่วยกระจายพันธุ์พืชในป่าได้เป็นอย่างดี นอกจากนั้น ช้างยังทำหน้าที่ขุดหาแหล่งน้ำและดินโป่งที่มีธาตุอาหารต่างๆ จึงเป็นการเอื้ออำนวยประโยชน์ให้สัตว์ป่าอื่นๆ อาศัยกินต่อไป ข้อสรุปตรงนี้ คือ ช้างป่าเป็นสัตว์ใหญ่ที่ธรรมชาติสรรค์สร้างให้เป็นโครงสร้างทางชีวภาพหรือกลไกหนึ่งของระบบวนนิเวศที่ธำรงรักษาไว้ซึ่งความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่า โดยทำหน้าที่เสมือนหนึ่งจักรกลมีชีวิตที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ในการควบคุมปริมาณพืชต้นอ่อนโตไวและสร้างความสมดุลของระบบนิเวศระหว่างพืชต้นอ่อนโตไวกับไม้ใหญ่โตช้า หากข้อสรุปนี้เป็นจริง ย่อมมีประเด็นคำถามที่มีผลต่อกระบวนทัศน์ในการบริหารจัดการช้างป่า ดังนี้

           ๑.๑ ความอุดมสมบูรณ์และเขตพื้นที่ป่าขนาดใหญ่ในราชอาณาจักรไทยที่ลดน้อยลงอย่างรวดเร็ว เป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้โครงสร้างและหน้าที่ทางธรรมชาติของช้างป่ากำลังจักหมดสิ้นไป เป็นสมมุติฐานที่ถูกต้องหรือไม่

           ๑.๒ หากสมมุติฐานในข้อ ๑.๑ ถูกต้อง กระบวนทัศน์และมรรควิธีการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับช้างป่าในปัจจุบัน จำเป็นต้องมีการทบทวนและสอบทานเพื่อปรับยุทธศาสตร์การอนุรักษ์ช้างป่าให้สอดคล้องกับสภาพการณ์ที่แท้จริงหรือไม่

           ๑.๓ เมื่อหน้าที่ของช้างป่าที่มีต่อระบบวนนิเวศในอดีตหมดลงและไม่มีความสำคัญต่อระบบวนนิเวศทั้งระบบแล้ว รัฐและสังคมไทยจะกำหนดและจัดวางสถานะ (positioning) ของช้างป่าไว้ ณ จุดใดของสยามประเทศและมีวิธีการใดที่จักให้มีอาหารที่เพียงพอกับความต้องการของช้างป่าในแต่ละเขตพื้นที่       

        ๒. หน้าที่ที่หมดสิ้นไป (Nonfunction) กับสวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของช้างบ้าน ดังที่กล่าวไว้ในข้อ ๑ การสูญพันธุ์เป็นเรื่องไกลเกินกว่าที่จักนำมาพิจารณา หน้าที่และความสำคัญของช้างบ้านหมดสิ้นไปตามความเจริญทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่ โครงสร้างและหน้าที่ทางสังคม ซึ่งเป็นโครงสร้างและหน้าที่ลักษณะที่ ๒ ในสังคมชนชาวสยามที่มนุษย์เป็นผู้กำหนดให้ช้างบ้านหรือช้างเลี้ยงต้องปฏิบัติตามโดยไม่มีสิทธิและความสามารถในการปฏิเสธ เป็นโครงสร้างและหน้าที่ที่ปรับเปลี่ยนไปตามพัฒนาการของสังคมและการกระทำของมนุษย์ โครงสร้างและหน้าที่ของช้างบ้าน สามารถจำแนกตามเกณฑ์กาละ(Timeline) เป็น ๓ ระยะคือ ๑) บทบาทและหน้าที่ในอดีต เป็นโครงสร้างและหน้าที่ที่จบสิ้นและไม่มีความสำคัญอีกต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยุทธปัจจัย แรงงานชักลากไม้ เป็นพาหนะในการคมนาคมขนส่ง ๒) บทบาทและหน้าที่ในปัจจุบัน ที่เห็นชัดคือเป็นนักแสดงและพนักงานบริการในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ๓) บทบาทและหน้าที่ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นในอนาคต ข้อสังเกตที่พึงนำมาพิจารณาในการบริหารจัดการช้างบ้าน คงยากที่จะหาประเด็นใดมาโต้แย้งว่า “ขนาดและปริมาณความต้องการอาหารเป็นปัจจัยที่มีผลต่อความเป็นอยู่ของช้างบ้าน”ช้างบ้านหรือช้างเลี้ยงเป็นสัตว์ที่มีความคล่องตัวในการหาที่อยู่และอาหารต่ำมาก ต้องพึ่งพาอาศัยผู้เลี้ยงแต่เพียงฝ่ายเดียว ภาระการเลี้ยงดูจึงตกอยู่ที่เจ้าของหรือคนเลี้ยงช้างว่ามีความสามารถในการแบกรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นมากน้อยเพียงใด ความสามารถในการแบกรับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นตัวแปรอิสระที่นำไปสู่ปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำช้างมาใช้งานในทางที่ไม่สมควร สวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีของช้างบ้าน สภาพการณ์เช่นนี้ นำไปสู่การตั้งคำถามที่เป็นกระบวนทัศน์ในการบริหารจัดการช้างบ้านหรือช้างเลี้ยง ดังนี้

           ๒.๑ เมื่อความจำเป็นในการใช้ช้างเลี้ยงในการทำสงคราม การชักลากไม้ในอุตสาหกรรม เป็นพาหนะในการคมนาคมขนส่ง หมดสิ้นไป เป็นเหตุให้ช้างเลี้ยงไม่มีความสำคัญเหมือนดั่งที่เคยมีมาในอดีต สังคมไทยสมควรกำหนดสถานะ โครงสร้างและหน้าที่ทางสังคมของช้างบ้านในอนาคตอย่างเป็นรูปธรรมหรือไม่ โครงสร้างและหน้าที่ที่มีผลต่อการอยู่รอดและความสามารถพึ่งพาตนเองของเจ้าของช้าง/คนเลี้ยงช้างอย่างยั่งยืน นัยที่สื่อความหมายแบบตรงไปตรงมา คือ สมควรที่จะมีการสร้างงานใหม่ที่มีความสามารถในการสร้างรายได้ที่เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูช้างบ้านตามมาตรฐานความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีของช้างไทยอย่างเป็นเรื่องเป็นราวหรือไม่ ฤาจะปล่อยให้ทุกสิ่งทุกอย่างขับเคลื่อนและเป็นไปตามวิถีทางของระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมที่ไม่เคยมีความปราณีให้กับสัตว์โลกที่อ่อนแอ

            ๒.๒ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาและรัตนโกสินทร์ตอนต้น ราชสำนักเป็นผู้ใช้ประโยชน์จากช้างเลี้ยงในสถานะที่เป็นยุทธปัจจัย รวมตลอดทั้งเป็นสินค้าผูกขาดในการส่งช้างที่ฝึกดีแล้วไปขายยังแคว้นต่างๆ ของอินเดีย มีการจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมารองรับและทำหน้าที่ในการบริหารจัดการช้าง คือ “กรมพระคชบาล” การตั้งหน่วยงานรับผิดชอบขึ้นมาบริหารจัดการ/ดูแลกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับช้างในห้วงระยะเวลาที่ช้างมีความสำคัญยิ่งต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรไทยและยุบเลิกไปเมื่อหมดสิ้นหน้าที่ทางสังคมเป็นเหตุจำเป็นตามปกติที่กระทำกันโดยทั่วไป มาถึงวันนี้ วิกฤติช้างไทยเป็นอีกหนึ่งปัญหาที่สังคมไทยพึงย้อนกับมาทบทวนอีกครั้งว่าควรมีหน่วยงานเฉพาะที่เป็นมือเป็นเท้าของคณะกรรมการช้างแห่งชาติในการบริหารจัดการที่ยังประโยชน์สุขให้กับช้างไทย สัญลักษณ์แห่งความดีงามและความผูกพันทางจิตวิญญาณที่ผ่านพ้นเวลามานานนับพันปี หน่วยงานรับผิดชอบที่ดูแลทั้งช้างป่าและช้างบ้าน การอนุรักษ์และใช้ประโยชน์จากมรดกทางวัฒนธรรมที่เกี่ยวกับช้างอย่างชาญฉลาด รวมงานย่อยๆ ที่กระจัดกระจายอยู่ตามหน่วยงานต่างๆ มาบูรณาการให้เป็นงานหลักที่สมกับความยิ่งใหญ่ของช้างไทยในอดีต

สรุป

        เส้นทางเดินของช้างไทยในทุกวันนี้ เป็นไปตามหลักไตรลักษณ์คือความไม่เที่ยง เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป การสูญสิ้นและดับสลาย เป็นสภาพความเป็นจริงตามธรรมชาติที่มนุษย์หวาดกลัว ไม่อยากเผชิญกับความเป็นจริงตามกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ ช้างผ่านกระบวนการวิวัฒนาการมานานกว่า ๕๗ ล้านปี จาก ๓๕ ตระกูล ๑๖๒ ชนิด สูญพันธุ์ไปเกือบหมด เหลือเพียง ๒ สายพันธุ์ที่มีอยู่จริงในโลกทุกวันนี้ หนึ่งในสองสายพันธุ์ที่เหลืออยู่ คือ ช้างเอเชีย ซึ่งเป็นวิวัฒนาการขั้นสูงสุดของช้างในโลกนี้ ช้างไทยสืบสายพันธุ์มาจากช้างเอเชีย เป็นสัตว์ใหญ่ที่เคยมีหน้าที่ทั้งทางธรรมชาติและทางสังคมที่ชนชาวสยามกำหนดขึ้น เป็นความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างและหน้าที่ที่มีความลึกซึ้งเกินกว่าที่จะหาสรรหาคำพูดใดมาอรรถาธิบาย เมื่อหน้าที่ดังกล่าวหมดสิ้นไป ความสำคัญที่เคยมีในอดีตกลายเป็นประเด็นปัญหาที่คนรักษ์ช้างเรียกร้องให้ชนชาวสยามในวันนี้ รู้คุณของสัตว์ที่ทำให้ราชอาณาจักรอยู่รอดและเจริญเติบโตมาถึงวันนี้ และตอบแทนคุณที่เผ่าพันธุ์ของเพื่อนแท้เหล่านี้ มีสวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตที่ดี มิใช่การคุ้มครองสิทธิ จัดให้สัตว์มีสวัสดิภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีตามนัยของคนตะวันตก แต่เป็นเสมือนการดูแลสมาชิกคนหนึ่งของสังคมไทยให้มีความเป็นอยู่ที่ดี ดีตามควรแก่คุณงามความดีที่สร้างไว้ในสังคมแห่งนี้ ทั้งเป็นความงดงามแห่งอารยธรรมอุษาคเนย์ที่ชนรุ่นใหม่พึงตระหนักและอนุรักษ์สืบต่อไป

          ความมืดมนหรือแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ย่อมเป็นไปตามการกระทำที่เกิดจากการรู้แจ้งตามความเป็นจริงของธรรมชาติ หรือการกระทำที่อยู่ในกับดักความคิดแบบเดิมๆ ของแต่ละศาสตร์ที่ไม่มีพลังมากพอจะแก้ไขปัญหาที่ผูกเงื่อนปมไว้แน่นจากยากจะแก้ไขได้ด้วยวิธีการแบบดั้งเดิม

 

บทความนี้ เรียบเรียงและปรับปรุงเพิ่มเติมจากข้อเสนอดุษฎีนิพนธ์ (ดุษฎีนิพนธ์ที่ยังเขียนไม่จบ) เรื่อง ปัจจัยบ่งชี้ความสำเร็จที่มีผลต่อการบริหารงานพัฒนาที่มุ่งสู่ความยั่งยืนของอารยธรรมช้างไทย (The Critical Success Factors of Sustainable Development in Thai Eleplant CiviliZation)