พุทธศาสนากับการศึกษา

        พุทธปรัชญาการศึกษา มาจากคำว่า Buddhishic Philosophy of Education ซึ่งได้แนวคิดมาจากพระพุทธศาสนา (Buddhism) จากพระธรรมคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธจ้า และปรัชญาการศึกษาอื่น ๆ การศึกษาในพุทธปรัชญา คือ การศึกษาเพื่อให้เข้าใจความจริง เข้าใจความหมายของชีวิต ทั้งดำรงชีวิตให้สอดคล้องสัมพันธ์กับความจริง พุทธปรัชญา ได้นำหลักเหตุและผลไปวิเคราะห์และอธิบายความจริงและความเป็นไปของสิ่งทั้งหลายในโลก ได้ชี้แนะให้ทราบว่าอะไรคือความเป็นเลิศ หรือความดีที่พึ่งปรารถนาในชีวิต พระพุทธศาสนาได้หล่อหลอมเป็นวิถีดำเนินชีวิตของคนไทย จึงเห็นควรให้พุทธปรัชญาการศึกษาเป็นปรัชญาการศึกษาที่มีพื้นฐานอยู่บนความเป็นไทย ผู้รู้ที่สนับสนุนให้พิจารณาปรัชญาการศึกษาไทยบนพื้นฐานของพุทธปรัชญา
        ศึกษาศาสตร์เชิงพุทธ คือ การเรียนรู้ที่มีจุดมุ่งหมายใหญ่ ๆ ดังนี้
        1. เพื่อให้ผู้เรียนเกิดศรัทธาซาบซึ้ง และสำนึกในความสำคัญของพระพุทธศาสนาและคุณค่าของพระรัตนตรัย
        2. เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพิจารณาแนวความคิดที่หลายหลาย และวินิจฉัยความถูกต้องโดยยึดหลักเหตุผลทางพระพุทธศาสนา
    3. เพื่อให้ผู้เรียนมีทักษะในการคิดและปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง ตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา และสามารถนำหลักธรรมมาพัฒนาตนเองและสังคม
        4. เพื่อให้ผู้เรียนเป็นพุทธศาสนิกชน ที่ดีและปฏิบัติหน้าที่ชาวพุทธได้อย่างถูกต้อง
แนวคิดศึกษาศาสตร์ทั่วไป หมายถึง กระบวนการการศึกษาตามที่เป็นไปในชีวิตจริงและมองเห็นเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง โดย


        คาร์เตอร์ วี กู๊ด (CATER V.GOOD) ได้ให้ความหมายของการศึกษาไว้ 4 อย่าง คือ
        1. การศึกษา หมายถึง กระบวนการที่ทำให้คนได้รับอิทธิพล สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นตัวควบคุมให้คนได้รับความรู้ ความสามารถ และการพัฒนาตนเองอย่างดีที่สุดเท่าที่สังคมต้องการ
    2. การศึกษา หมายถึง กระบวนการที่ทำให้คนพัฒนาความสามารถ เจตคติ และพฤติกรรมต่างๆ ที่มีคุณค่าต่อสังคม และเป็นที่ยอมรับต่อสังคมที่ตนดำรงชีวิตอยู่
        3. การศึกษา หมายถึง วิชาชีพสำหรับครูหรืออาชีพที่จัดสอนในสถาบันครู หรือระดับอุดมศึกษา
        4. การศึกษา หมายถึง ศิลปการถ่ายทอดความรู้อย่างมีระบบจากอดีตสู่คนแต่ละรุ่น
พลาโต (PLATO) ได้กล่าวว่า การศึกษา คือ เครื่องมือที่ผู้ปกครองประกาศใช้ในการเปลี่ยนแปลงนิสัยมนุษย์ เพื่อให้เกิดสามัคคีรัฐ ถ้าพลเมืองมีการศึกษาดีก็จะสามารถเผชิญกับเหตุฉุกเฉินต่างๆ ที่เกิดขึ้นได้
        อริสโตเติล (ARISTOTlE) กล่าวว่า การศึกษา คือ การอบรมคนให้เป็นพลเมืองดี และดำเนินชีวิตด้วยการกระทำที่ดี
        รุสโซ (RONSSEAU) กล่าวว่า การศึกษา คือ การปรับปรุงคนให้เหมาะกับโอกาส และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนไป
        จอห์น ดิวอี้ (JOHN DEWEY) กล่าวว่า การศึกษามีความหมาย 4 ประการ คือ
        1. การศึกษา คือ ชีวิต มิใช่การเตรียมตัวเพื่อชีวิตในอนาคต แต่การศึกษากับชีวิตเป็นสิ่งคู่กัน เมื่อมีชีวิตอยู่ก็ต้องมีการศึกษาตลอดไป
        2. การศึกษา คือ ความเจริญงอกงาม คนที่ได้รับการศึกษาดีแล้ว ย่อมเจริญงอกงามทั้งด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม และสติปัญญา
        3. การศึกษา คือ การสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ได้แก่ การจัดการประสบการณ์ใหม่ช่วยพัฒนาขีดความสามารถของคนให้สูงขึ้น เพื่อกำหนดแนวปฏิบัติจากผลที่ได้รับจากประสบการณ์ใหม่
      4. การศึกษากระบวนการทางสังคม คือ กระบวนการถ่ายทอดความรู้วัฒนธรรมประเพณีต่างๆ จากคนรุ่นหนึ่งไปสู่คนรุ่นหนึ่ง
ส่วนแนวคิดของการศึกษาเชิงพุทธนั้น ได้มีนักคิดทางพุทธศาสนาหลายท่านได้ให้ความหมาย ดังนี้
        ท่านพุทธทาสภิกขุ ได้ให้ความหมายของการศึกษาไว้ว่า “การศึกษาเป็นการศึกษาเพื่อมนุษย์จะมีโอกาสได้สิ่งที่ดีที่สุดที่มนุษย์ควรจะได้ โดยการทำลายเสีย ซึ่งสัญชาติญาณอย่างสัตว์”
        พระพรหมคุณาภรณ์ (ประยุทธ์ ปยุตฺโต) ได้ให้ความหมายของการศึกษามีนัยยะ ดังนี้
        1. การศึกษา หมายถึง การเรียน การฝึกฝนอบรมเพื่อนำสติปัญญาที่มีอยู่มาใช้ให้เป็นประโยชน์และทำให้แก่กล้ายิ่งขึ้น
        2. การศึกษา หมายถึง การพยายามแสวงหาจุดหมายให้แก่ชีวิต คือความเป็นอยู่ที่ดีที่สุด หรือการมีอิสรภาพสูงสุด
        3. การศึกษา หมายถึง กิจกรรมของชีวิต โดยชีวิต เพื่อชีวิต
        4. การศึกษา หมายถึง ความสามารถที่ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม และรู้จักส่วนที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน
        สาโรช บัวศรี ได้ให้ความหมายของการศึกษา “การศึกษาคือ การพัฒนาขันธ์ 5 เพื่อให้โลภะ โทสะ โมหะ ลดน้อยถอยลงหรือหมดไปในที่สุด เพื่อที่จะได้บรรลุ ชีวิตที่ดี”
        วิจิตร ศรีสะอ้าน ได้ให้ความหมายของการศึกษา คือ
       1. การศึกษา เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมของบุคคลให้เป็นไปในแนวทางที่พึงปรารถนา
        2. การศึกษา เป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่เป็นไปโดยจงใจ โดยมีกำหนดจุดหมาย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าสูงสุดไว้
        3. การศึกษา หมายถึง การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ประทำเป็นระบบ มีกระบวนการอันเหมาะสม และผ่านสถาบันทางสังคม ที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ด้านการศึกษา
มนุษย์มีเหตุผล มีสติปัญญา มีอารมณ์และร่างกาย ระบบการศึกษาที่มีเป้าหมายชัดเจนสมบูรณ์ จะต้องจัดเพื่อพัฒนาทั้งในแง่ของสติปัญญา เหตุผล อารมณ์ และร่างกายของผู้เรียน

        เป้าหมายทางการศึกษาในแนวพุทธศาสนา คือ
        1. เป้าหมายด้านการดำรงชีพ การดำรงชีวิตเป็นเรื่องสำคัญพื้นฐานในอริยมรรคมีองค์ 8 อันเป็นทางดำเนินชีวิตของอารยชน ได้พูดถึงหลักการดำเนินชีวิตว่าจะต้องเป็นสัมมาชีพ หลักธรรมข้อนี้เป็นการส่งเสริมอาชีพอย่างถูกต้อง และเป็นการปฏิเสธอาชีพทุจริตทุกอย่าง
        2. เป้าหมาย ด้านการพัฒนาบุคลิกภาพ เป็นการครองชีวิตทั้งส่วนตัวและในสังคมได้อย่างดี โดยปฏิบัติตามหลักสัปปุริสธรรม 7 และเวสารัชชธรรม 5 ประการ เป็นต้น
        3. เป้าหมายในด้านพัฒนาสติปัญญา คือ มนุษย์มีความแตกต่างจากสัตว์อื่นในด้านสติปัญญาพุทธศาสนามีคำส่งเสริมสติปัญญาในทุกด้าน
        4. เป้าหมายในการพัฒนาด้านร่างกาย ในการพยายามเพื่อความอยู่รอด บุคคลด้องมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง พระพุทธศาสนากล่าวถึง สัปปายะ 4 ประการ อันเป็นเหตุเบื้องต้นของความสุข
        ผู้ที่ได้รับการศึกษาแบบพุทธ จะมีลักษณะเด่นประจำตน คือ
        1. มีปัญญา ซึ่งเกิดพร้อมกับการสิ้นอวิชชา
        2. มีกรุณา ซึ่งเป็นแรงเร้าในการกระทำในการดำรงชีวิต จะมีลักษณะ 2 คือ อัตตัตถะ การบรรลุถึงประโยชน์ตน ฝึกตนเองได้ดี (ปัญญา) ปรัตถะ การบำเพ็ญประโยชน์ต่อผู้อื่น สามารถช่วยผู้อื่นได้ดี (กรุณา)
        พุทธธรรมที่เป็นสาระสำคัญของการศึกษา
        - ปฏิจจสมุปบาท แสดงกฎเหตุผลและปัจจัยสนับสนุน
        - อริยสัจ แสดงปัญหาและการแก้ปัญหาของมนุษย์
        - ขันธ์ 5 แสดงชีวิตมีองค์ประกอบ
        - ไตรลักษณ์ แสดงภาพที่เป็นจริงที่เราจะพึงเกี่ยวข้องให้ถูกต้อง
        - กรรม แสดงความเป็นไปของมนุษย์และเหตุผล ที่จะแก้ไขปรับปรุงได้เป็น ผลสำเร็จและจุดมุ่งหมายที่จะเข้าถึงได้ด้วยการกระทำมิใช่การ อ้อนวอน
        - ไตรสิกขา แสดงความหมายแท้ของการศึกษา ขอบเขตการฝึกตน การพัฒนา ชีวิตที่ดี (มรรค)
        - นิพพาน แสดงถึงสภาวะที่เข้าถึงเมื่อแก้ปัญหามนุษย์ได้แล้ว และประโยชน์ สูงสุดที่จะพึงได้ จากการมีชีวิต และการมีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์

        หลักคำสอนของศาสนาพุทธเน้นถึงเรื่องการศึกษา หรือหลักของความรู้ไว้อย่างกว้างขวาง สิ่งที่พอจะชี้ให้เห็นว่าพระพุทธศาสนาเห็นความสำคัญของการศึกษา และสนับสนุนให้มีการศึกษาขึ้นนั้นมีหลักการดังต่อไปนี้
        1. เน้นให้มีการศึกษาตั้งแต่เริ่มเข้ามาบรรพชา อุปสมบท
        2. เนื้อหาที่ศึกษามุ่งสอนให้เข้าใจเนื้อหา และปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
       3. สรรเสริญผู้คงแก่การเรียนโดยเน้นว่าเนื้อหาต่างๆ ช่วยให้คนมีอาชีพและสร้างความดี
        4. ส่งเสริมให้มีการศึกษาเท่าเทียมกันทั้งผู้ชายและผู้หญิง
        5. การศึกษามุ่งก่อให้เกิดปัญญา
        6. เนื้อหาที่สอนส่วนใหญ่จะมีดังนี้ คือ
        1) ให้เข้าใจความจริงอันสูงสุด สิ่งที่เรียน คือ ศีล สมาธิ ปัญญา
        2) ให้เข้าใจหลักแห่งความสำเร็จ ได้แก่ อิทธิบาท 4
        3) ให้เห็นแจ้งในอริยสัจ 4
        4) ให้ช่วยสร้างให้เกิดความกล้าหาญโดยใช้หลักธรรมเกี่ยวกับศรัทธา ศีล พาหุสัจจะ วิริยารัมภะ และปัญญา

        7. กระบวนการการศึกษาทางพระพุทธศาสนาเน้นเรื่องการปฏิบัติควบคู่ไปด้วยกระบวนการศึกษาแนวพุทธศาสน์ จึงแบ่งเป็น

        1) ปริยัติ คือ การศึกษาเล่าเรียน
        2) ปฏิบัติ คือ การปฏิบัติตามที่ศึกษามา
        3) ปฏิเวธ คือ เข้าถึงการปฏิบัตินั้นจริงๆ
        8. วิธีการเรียนรู้ เน้นถึงวิธีการเรียนรู้ว่ามีองค์ประกอบในการเรียนรู้ 5 ประการ คือ การฟัง การท่องจำ การสาธยาย (ทบทวนย่อย) การเพ่งพินิจด้วยใจ และการเข้าใจชัดเจนอย่างถูกต้อง

        9. ลักษณะการสอนในทางพระพุทธศาสนากำหนดเป็น 3 อย่าง คือ
        1) สอนให้รู้แจ้งเห็นจริงในสิ่งที่ควรรู้ควรเห็น
        2) สอนอย่างมีหลักฐานอ้างอิง
        3) สอนโดยให้ผู้ศึกษาสามารถตามเห็นทัน
        10. ลักษณะเนื้อหาที่สอนของพระพุทธศาสนาอาจแบ่งได้ 9 อย่าง คือ
        1) สอนในลักษณะที่เป็นความจริง (สุตตะ)
        2) สอนในลักษณะที่เป็นบทร้อยกรอง และเป็นบทขับร้อง (เคยยะ)
       3) สอนในลักษณะที่เป็นบทร้อยแก้ว มีหลักเกณฑ์ในการใช้ภาษาได้สละสลวย (ไวยากรณะ)
        4) สอนในลักษณะที่เป็นกาพย์ กลอน โคลง ฉันท์ แสดงถึงสภาพการณ์ต่างๆ (คาถา)
        5) สอนในลักษณะที่เป็นคติพจน์เตือนใจ (อุทาน)
     6) สอนในลักษณะที่เป็นการบรรยายสรุปลงสู่หลักฐานอ้างอิงเป็นที่เชื่อถือได้ (อิติวุตตกะ)
     7) สอนในลักษณะที่เป็นประเภทยกตัวอย่างประกอบ หรือเล่านิทานมุ่งคติธรรม (ชาดก)
        8) สอนในลักษณะที่การแสดงให้เห็นความแปลก ความอัศจรรย์อย่างไม่น่าเชื่อ (อัพภูตธัมมะ)
        9) สอนในลักษณะใช้วิธีตั้งปัญหาเพื่อเข้าถึงจุดหมายในระดับสูงที่กำหนดไว้ (เวทัลละ)
        11. วิธีสอนที่ใช้ในทางพระพุทธศาสนามี 4 อย่าง คือ
        1) สอนด้วยประสบการณ์ของตนเอง
        2) สอนโดยวิธีสร้างปัญหาไปสู่เป้าหมาย
        3) สอนให้มีหลักตัดสินความผิด ถูกต้องด้วยตนเอง
        4) สอนด้วยวิธีอุปมา เช่น ความชั่วเกิดขึ้นในจิตใจ และจะทำลายคนเช่นเดียวกับสนิม เช่นเดียวกับสนิมที่เกิดแก่เหล็กแล้วจะทำลายเหล็กให้สูญคุณภาพจนกลายเป็นไม่ใช่เหล็ก เป็นต้น
        12. อุปสรรคของการศึกษา พระพุทธศาสนากล่าวถึงอุปสรรคของการศึกษาที่ทำให้เกิดการไม่ได้รับความสำเร็จเท่าที่ควร คือ ปัญหาทั่วไปไว้ดังนี้ คือ
        1) การชอบงานมากกว่าการเรียน
        2) การชอบคุยมากกว่าการเรียน
        3) การชอบเพื่อนมากกว่าการเรียน
        4) ชอบบริโภคมากกว่าการเรียน
        5) ชอบนอนมากกว่าการเรียน
        6) ไม่สำรวจบทเรียนประจำ
        7) การไม่สามารถควบคุมตนจากความฟุ้งซ่าน เป็นต้น
      ทางพระพุทธศาสนาสอนให้คิดโดยยึดถืออริยสัจ 4 ซึ่งการสอนตามขั้นอริยสัจ 4 คล้ายกับการสอนแบบ Reflexive thinking หรือ Scientific thinking มากนั้น ก็คือ การสอนโดยตั้งปัญหาสมมติฐาน เก็บข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผล

 

บรรณานุกรม

ดร.สุทธิพงษ์ ศรีวิชัย. บทความ. 4 กันยายน 2547.

ดร.กิตติมา ปรีดีดิลก. ปรัชญาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร : ประเสริฐการพิมพ์, 252๐.

พระมหาอดิศร ถิรสีโล. คุณธรรมสำหรับครู. กรุงเทพมหานคร : มหามกุฏราชวิทยาลัย, 2545.

*****************************************************

พระสมุห์ สมรวย จิรญาโณ (นาคาฉวี)

6 มีนาคม 2559