ปัญหาความขัดแย้ง “โรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา”

 

บทนำ

         จากปรากฏการณ์บ้านเมืองที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน เกี่ยวกับกรณีโครงการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จังหวัดสงขลา ได้เกิดมีกลุ่มชาวบ้านผู้คัดค้าน คือ ไม่ต้องการให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าในถิ่นที่อยู่อาศัยของตน และมีอีกกลุ่มหนึ่งที่สนับสนุนให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าว เหตุการณ์ได้ลุกลามเมื่อกลุ่มผู้คัดค้าน ได้เดินขบวนมาเพื่อต้องการยื่นหนังสือต่อรัฐบาล (ในฐานะผู้ผลักดันนโยบายเกี่ยวกับพลังงานแห่งชาติ)  ในช่วงที่นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเดินทางลงพื้นที่จังหวัดสงขลา (เพื่อประชุม ครม.สัญจร)  ได้เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้นระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่ และนำมาสู่การจับกุมผู้คัดค้านจำนวน ๑๖ คน นับว่าเป็นปัญหาความขัดแย้งในบ้านเมืองปัจจุบัน ดังปรากฏข่าวที่ออกตามสื่อสิ่งพิมพ์สำนักต่างๆ และทางสื่อออนไลน์ด้วย ๑. ปัญหาความขัดแย้ง (กรณีการสร้างโรงไฟฟ้าเทพา) ๑.๑ ความหมายของความขัดแย้ง ความขัดแย้ง (Conflict) หมายถึง ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลที่เกี่ยวข้องกับจุดมุ่งหมายหรือวิธีการ หรือทั้งสองอย่างแต่เป็นการพึ่งพาอาศัยที่มีลักษณะในทางลบ อาจกล่าวอย่างกว้างๆ ได้ว่า ความขัดแย้ง หมายถึง การที่แต่ละฝ่ายไปด้วยกันไม่ได้ ในเรื่องเกี่ยวกับความต้องการ ๑.๒ ประเภทของความขัดแย้ง ความขัดแย้ง แบ่งออกเป็นหลายประเภท ดังนี้              ๑) ความขัดแย้งของบุคคล (Intrapersonal Conflict) เป็นความขัดแย้งภายในตัวบุคคล เป็นสภาวะที่บุคคลรับรู้ถึงความขัดแย้งในจิตใจตนเองเมื่อเผชิญกับเป้าหมาย ค่านิยม ความเชื่อ ความต้องการหลายๆ อย่าง ที่แตกต่างในเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นลักษณะที่ตนชอบทั้งคู่หรือต้องเลือกเพียงอย่างเดียว หรือสิ่งที่จะต้องเลือกมีทั้งข้อดีข้อเสียที่ตนเองชอบ และข้อเสียที่ตนเองไม่ชอบ ทำให้ตัดสินใจลำบากว่าจะเลือกหรือไม่เลือก ๒) ความขัดแย้งในองค์กร (Organizational Conflict) เมื่อคนแต่ละคนมาอยู่ร่วมกัน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ร่วมกัน จะมีความคิดเห็นต่างกัน มีวิธีการคิดที่ไม่เหมือนกัน ค่านิยมอคติ การรับรู้ ผลประโยชน์ เกิดจากการแบ่งทรัพยากรและงบประมาณมีจำนวนจำกัด หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงเทคนิคในการทำงาน ความแตกต่างในหน้าที่การทำงาน ล้วนเป็นสาเหตุที่จะทำให้เกิดความขัดแย้งได้ ๓) ความขัดแย้งระหว่างองค์กร (Inter organizational Conflict) เป็นความขัดแย้งที่เกิดขึ้นระหว่างองค์กรกับองค์กรหรือระหว่างกลุ่มกับกลุ่ม เช่นผลประโยชน์ขัดกัน ๑.๓ สาเหตุของความขัดแย้ง ๑) จุดเริ่มต้นของปัญหา เมื่อจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน แผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘-๒๕๗๙ (แผน PDP ๒๐๑๕) ของกระทรวงพลังงาน เน้นการสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ด้วยการกระจายเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติ เพิ่มสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเทคโนโลยีสะอาด และตามแนวทางการจัดทำแผน (PDP ๒๐๑๕) พบว่า พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง และมีปริมาณความต้องการไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นต้องพัฒนาโรงไฟฟ้าเพิ่มเติมในช่วงปี ๒๕๖๒-๒๕๖๗ ๒) กลุ่มผู้คัดค้าน การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา     กลุ่มผู้คัดค้าน เห็นว่าแผนพัฒนาดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นแผนเรื่องกำลังการผลิตไฟฟ้า หรือแผนพัฒนาภาคใต้ ล้วนเป็นสิ่งที่ถูกกำหนดจากส่วนกลาง ซึ่งไม่ได้กำหนดเพียงรายละเอียดของสิ่งที่จะต้องทำ แต่ได้ลงรายละเอียดไปถึงขั้นที่ตั้งของการดำเนินการสร้างโรงไฟฟ้า คำถามจากชาวบ้านในท้องที่ จึงเกิดขึ้นว่า ทำไมต้องเลือกที่นี่ ทำไมต้องเป็น ‘เทพา’ แน่นอนว่าปัญหาที่ตามมาไม่ใช่แค่การตั้งคำถามว่าทำไมต้องเป็น ‘เทพา’ ข้อห่วงใยอื่นๆ ของประชาชนที่เกิดขึ้นตามมายังดังขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านมลพิษที่จะเกิดตามมา ปัญหาการเคลื่อนย้ายอพยพครอบครัวออกจากรัศมี ๑ กิโลเมตร ที่ติดกับสถานที่ก่อสร้าง และปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่ชุมชนจะต้องเผชิญ ๓) กลุ่มผู้สนับสนุน การสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา                   กลุ่มผู้สนับสนุน ยืนยันว่าโครงการดังกล่าวมีประโยชน์ต่อชุมชนอย่างมาก และขอฝากความหวังไว้กับรัฐบาลชุดนี้เดินหน้าโครงการต่อไป อีกทั้งการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) ได้มีการสนับสนุน ด้านการศึกษาทางด้านช่างฝีมือให้กับวัยรุ่นในหมู่บ้านเป็นอย่างดี ทำให้วัยรุ่นไม่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และเชื่อว่า จะสร้างความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างแน่นอน ๑.๔ ผลของความขัดแย้ง ๑) นำไปสู่ความตึงเครียดมากขึ้น หรือมีผลกระทบต่อสุขภาพจิต ๒) ทำให้เกิดการสูญเสียทรัพยากรและเวลามากเกินไป ๓) ทำให้เกิดการแบ่งเป็นพรรค เป็นพวกขึ้น ทำให้ขาดความสามัคคี ๔) มุ่งจะเอาชนะกันมากกว่าที่จะมองถึงผลกระทบต่อเป้าหมายโดยส่วนรวม   ๕) นำไปสู่ความยุ่งเหยิงในการบริหารจัดการ ๖) บั่นทอนการพัฒนาประเทศ ทำให้การพัฒนาประเทศล่าช้า ๒. แนวความคิดประโยชน์นิยม ๒.๑ ประโยชน์นิยม (Utilitarianism) แนวคิดแบบประโยชน์นิยมเกิดขึ้นในช่วงคริสตศตวรรษที่ ๑๘–๑๙ โดยมีนักปรัชญาคนสำคัญคือ เบนแธม (Jeremy Bentham, ค.ศ. ๑๗๔๘-๑๘๓๒) และ จอห์น สจ๊วต มิลล์ (John Stuart Mill, ค.ศ.๑๘๐๖-๑๘๗๓) ประโยชน์นิยม หมายถึง แนวคิดที่เชื่อว่าคุณค่าทางศีลธรรมเป็นการกระทำที่ขึ้นอยู่กับการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม กล่าวคือ เป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดความสุขหรือความพอใจขึ้นในบุคคลโดยทั่วไป ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของผลลัพธ์นิยม หรือการยึดถือคุณค่าทางศีลธรรมขึ้นอยู่กับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นเป็นหลัก ๒.๒ การใช้เหตุผลแนวประโยชน์นิยม               เหตุผลของประโยชน์นิยมในการสนับสนุนการใช้ปริมาณความสุขเป็นเกณฑ์ตัดสินกระทำคือ ความเห็นว่ามนุษย์นั้นมีธรรมชาติที่รักสุขเกลียดทุกข์ มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม เมื่อทำอะไรย่อมมุ่งหาความสุข หลบเลี่ยงความทุกข์ ดังนั้นประโยชน์นิยมจึงสรุปว่าความสุขเป็นสิ่งเดียวที่มีค่าสำหรับมนุษย์ ด้วยเหตุนี้ประโยชน์นิยมจึงเสนอว่า เมื่อเราต้องเลือกระหว่างการกระทำสองอย่าง วิธีเลือกก็ คือ พิจารณาว่าการกระทำแต่ละอย่างจะนำไปสู่ผลอะไรบ้าง จะก่อให้เกิดความสุขเท่าไร ความทุกข์เท่าไร เมื่อหักลบกันแล้ว การกระทำใดก่อให้เกิดความสุขมากที่สุดเราควรเลือกกระทำนั้น โดยความสุขนี้ต้องไม่ใช่แค่ความสุขของตนเองเท่านั้น แต่ต้องกระจายไปสู่คนจำนวนมากที่สุดหรือนัยหนึ่งเป็นความสุขโดยรวมของมนุษย์ทุกคนที่ได้รับจากผลของการกระทำ โดยพิจารณาอย่างเป็นกลางไม่ถือว่าความสุขของผู้กระทำสำคัญเหนือกว่าความสุขของคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นความสุขของใครล้วนมีความสำคัญเท่ากัน แล้วพิจารณานำความสุขของทุกคนที่ได้รับจากการกระทำมารวมกัน ดังที่ มิลล์ เขียนไว้ว่า “ความสุขซึ่งใช้เป็นมาตรฐานของประโยชน์นิยมที่จะตัดสินว่าการกระทำใดถูก มิใช่ความสุขส่วนตัวของผู้กระทำ แต่ของคนทุกคนที่เกี่ยวข้องระหว่างความสุขของผู้กระทำกับของผู้อื่น ประโยชน์นิยมเรียกร้องให้ผู้กระทำวางตัวเป็นกลางอย่างเข้มงวด โดยทำตัวเป็นเหมือนผู้ดูไม่เข้าข้างใด” ๒.๓ แนวความคิดประโยชน์นิยมของจอหน์ สจ๊วต มิลล์ แนวความคิดประโยชน์นิยมของมิลล์ สรุปได้ด้วยคำกล่าวของเขา ที่ว่า “ความสุขซึ่งใช้เป็นมาตรฐานของประโยชน์นิยมที่จะตัดสินว่าการกระทำใดถูกต้อง มิใช่ความสุขส่วนตัวของผู้กระทำ แต่ของคนทุกคนที่เกี่ยวข้องระหว่างความสุขของผู้กระทำกับของผู้อื่น ประโยชน์นิยมเรียกร้องให้ผู้กระทำวางตัวเป็นกลางอย่างเข้มงวด โดยทำตัวเป็นเหมือนผู้ดูโดยไม่เข้าข้างใด” “ผู้สนับสนุนหลักประโยชน์นิยม เชื่อว่าสมรรถภาพเดียวที่จะสามารถรับรู้ตุณค่าทางศีลธรรมของการกระทำก็คือ สมรรถภาพเดียวกับที่เราใช้รับรู้คุณสมบัติอื่นๆ ของการกระทำนั่นคือ ปัญญา (Intellects)” ๓. แนวทางแก้ไขความขัดแย้ง (โดย อัตโนมัตติ) ปัญหาความขัดแย้งการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา ในครั้งนี้ ผู้เขียนวิเคราะห์แล้ว ขอเสนอแนวทางแก้ไขความขัดแย้ง ดังนี้ ๑) ใช้หลักแนวความคิดประโยชน์นิยมของ จอหน์ สจ๊วต มิลล์ โดยยึดแนวเหตุผลของประโยชน์นิยมอย่างเคร่งครัดและซื่อสัตย์ ๒) ใช้หลักพระพุทธศาสนา ด้วยหลักธรรม ดังต่อไปนี้      -  ศรัทธา  คือ เชื่อในความเป็นมนุษย์เหมือนกัน (คือ ทุกคนรักสุข เกลียดทุกข์)     -  ศีล       คือ ไม่โกหก พูดแต่คำจริง เปิดเผยความจริง     -  จาคะ    คือ ความเสียสละ (เช่น สละความสุขส่วนตน เพื่อความสุขส่วนมาก)     - ปัญญา   คือ  ฝึกฝน อบรมตน ให้เป็นผู้มีปัญญา รู้ตามความจริง สามารถพิจารณาเและตัดสินเลือกกระทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง นำไปสู่ความสุข เกิดประโยชน์สูงสุด ๔. สรุป หากผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายในกรณีปัญหาความขัดแย้งการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จะได้นำแนวทางแก้ไขความขัดแย้งดังกล่าว ไปเป็นทางเลือกอีกทางหนึ่ง เพื่อนำไปใช้และพิจารณาในการเลือกและตัดสินใจ โดยเฉพาอย่างยิ่ง ผู้นำรัฐบาล ในฐานะผู้ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าโครงการต่อไปหรือไม่ อย่างไร

บรรณานุกรม ๑ ภาษาไทย พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ.ปยุตฺโต). พุทธธรรม ฉบับขยาย.  พิมพ์ครั้งที่ ๓๘.  กรุงเทพมหานครนคร :                สำนักพิมพ์ผลิธัมม์, ๒๕๕๖. ________. พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม. พิมพ์ครั้งที่ ๓๐. กรุงเทพมหานคร : สำนัก               พิมพ์ผลิธัมม์, ๒๕๕๘ ________. พจนานุกรมพุทธศาสน์  ฉบับประมวลศัพท์.  พิมพ์ครั้งที่ ๒๑. กรุงเทพมหานคร : สำนัก                สำนักพิมพ์ผลิธัมม์, ๒๕๕๖. ดนัย ไชยโยธา, รศ., นักคิด  นักรู้  และนักการเมือง จากอดีตถึงปัจจุบัน. กรุงเทพมหานคร : โอ.เอส.                พริ้นติ้ง เฮาส์, ๒๕๕๒. แน่งน้อย บุณยเนตร, ผศ.,  จริยศาสตร์ตะวันตก ค้านท์  มิลล์  ฮอบส์ รอลล์ ซาร์ทร์,  พิมพ์ครั้งที่ ๒,                   กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย, ๒๕๔๔. นายแพทย์สุวัฒน์ จันทรจำนง, ความเชื่อของมนุษย์เกี่ยวกับปรัชญาและศาสนา, กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ สุขภาพใจ, ๒๕๔๐.

๒ สื่ออิเล็กโทรนิกส์ http://www.baanjomyut.com/ thaidiffarant.blogspot.com/ https://www.thairath.co.th/ https://wwwkhaosod.co.th/ https://www.posttoday.co.th/

 

ภิกษุณี รตน ธัมมเมธา

นักศึกษาปริญญาเอก สาขาพุทธศาสนาและปรัชญา

มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย

วันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑