ค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ...บาปข้ามโลก

“ทรัพยากรในโลกนี้มีเพียงพอที่จะเลี้ยงมนุษย์ทุกคนได้

                    แต่...จะไม่เพียงพอที่จะตอบสนองความโลภของคนเพียงคนเดียว”

เป็นคำกล่าวของมหาตมะ คานธี  นักกฎหมายชาวอินเดีย ที่ตลอดชีวิตของท่านพยายามต่อสู้เพื่อปลดปล่อยประชาชนชาวอินเดีย ให้พ้นจากการถูกข่มเหงจากประเทศอังกฤษ บนวิถีแห่งความอหิงสา โดยยึดมั่นในหลักศาสนา สันติวิธี ใช้ความอดทนและไม่ใช้ความรุนแรง ประโยคสั้นๆแค่นี้แอบแฝงด้วยความจริงที่ยิ่งใหญ่ สะกิดใจผู้เขียนให้ตระหนักเห็นว่า  “มนุษย์”  คำสั้นๆเล็กๆ เป็นสิ่งมหัศจรรย์มนุษย์สามารถสร้างอะไรได้มากมายบนโลกใบนี้  มนุษย์เป็นผู้สร้างที่ยิ่งใหญ่ แต่หากว่าในขณะเดียวกันเองมนุษย์ก็เป็นผู้ทำลายที่ร้ายกาจเช่นกัน มนุษย์สามารถทำลายได้ทุกอย่างเพียงเพื่อตอบสนองตัณหาของตนเอง เหตุการณ์ในหลายๆเหตุการณ์แสดงให้เห็นว่าพัฒนาการทางสติปัญญาไม่ได้มีผลกับการพัฒนาคุณธรรมในจิตใจของมนุษย์เลย การกระทำของคนในยุคนี้มีแต่เสื่อมถอยสวนทางลงอย่างเห็นได้ชัดเจน  มนุษย์มีความเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น แก่งแย่งชิงดี ชิงเด่นกันมากขึ้น เข่นฆ่ากันเพื่อความอยู่รอดของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าการกระทำนั้นจะส่งผลกระทบต่อสังคมหรือสิ่งแวดล้อมอย่างไร

 

วันเวลาผ่านล่วงเลยไป  เมื่อมีแต่การทำลาย ไม่มีการสร้างขึ้นทดแทนก็เกิดปัญหากับระบบนิเวศทางธรรมชาติ ทรัพยากรบนโลกของเราก็เริ่มลดน้อยลงตามไม่เพียงแค่พื้นที่ป่าไม้ มันรวมถึงสิ่งมีชีวิตต่างๆที่อาศัยในป่านั้นด้วย  ทุกสิ่งมีความเชื่อมโยง มีสายสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องกันอย่างเป็นธรรมชาติ เมื่อไม่นานมานี้ผู้เขียนได้อ่านข่าวการจัดกุมของเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ร่วมกับตำรวจบ่อผุด เกาะสมุย ได้บุกเข้าจับกุมชายหนุ่ม 6 คนในบ้านพัก ในข้อหานำสัตว์ป่าคุ้มครองออกเร่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติถ่ายรูปคู่ซึ่งแลกมาด้วยค่าตอบแทนราคาค่อนข้างสูงถึง 200-300 บาทต่อรูป นี่ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เกิดจากฝีมือมนุษย์  ดูผิวเผินหลายคนอาจมองว่าก็ชายกลุ่มนี้ทำไปเพื่อต้องการหาเงินเลี้ยงชีพ  แต่นั่นหมายความว่าเราได้มองข้ามภัยมืดที่กำลังคุกคามเข้าทำลายระบบนิเวศของป่า  สัตว์ป่าไม่ใช่สัตว์เลี้ยงหรือเครื่องในการทำมาหากิน สัตว์ทุกชนิดมีหน้าที่ของมันตามธรรมชาติที่ถูกออกแบบมา  สัตว์เหล่านั้นเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของระบบนิเวศของป่า  ธรรมชาติของห่วงโซ่อาหาร  พวกมันจะทำหน้าที่เป็นตัวช่วยเร่งให้เกิดการหมุนเวียนของพลังงานในระบบนิเวศของป่า   จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการรักษาระบบความสมดุลทางธรรมชาติ  และยังทำให้ระบบนิเวศนั้นมีความมั่นคง  ถ้าเรานำมันออกมาจากจุดที่มันควรจะอยู่  ก็เป็นการทำลายผู้ทำหน้าที่ ณ จุดนั้นลง ทำให้ธรรมชาติสูญเสียความสมดุล  นักวิจัยบางท่านใช้สัตว์ป่าเป็นตัวชี้วัดคุณภาพของทรัพยากรป่าไม้ในบริเวณนั้นๆด้วยเช่นกัน   และในทางกลับกัน สถานภาพทรัพยากรป่าไม้ก็ส่งผลโดยตรงต่อการคงอยู่ของสัตว์ป่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นั้นด้วยเช่นกัน เพราะระบบนิเวศของป่าไม้และสัตว์ป่ามีการเกื้อกูลกันจนไม่สามารถแยกออกจากกันได้  ทรัพยากรป่าไม้และสัตว์ป่าจึงเป็นสิ่งที่ต้องดำเนินการจัดการควบคู่กันไป หากมนุษย์ยังไม่หยุดการทำลาย ลักลอบนำสัตว์สัตว์ป่าไปขาย  ผลสุดท้ายมนุษย์จะได้เผชิญกับสภาวะการเสียสมดุลที่เลวร้ายไม่ต่างกัน

ปัจจุบันปัญหาการลักลอบค้าสัตว์ป่านี้ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ  ถึงแม้ว่าจะมีบทบัญญัติที่เข้มงวดมีพระราชบัญญัติคุ้มครองสัตว์ป่าพวกนี้แล้วก็ตาม  “มนุษย์” ก็มิได้เกรงกลัวกับบทลงโทษนั้นเลย  ข่าวการลักลอบค้าสัตว์ป่าก็ยังมีออกมาเรื่อยๆ  ซ้ำร้ายมนุษย์ยังมีกระบวนการค้าที่ป่าเถื่อนมากขึ้น   สัตว์ป่าหลายพันชีวิตถูกฆ่า เพียงเพื่อตอบสนองค่านิยมความหรูหราฟู่ฟ่าของคนชั้นสูง  การได้ครอบครองในสิ่งหายากหรือแปลกใหม่ที่ทำให้ตนเองเกิดความรู้สึกที่อยู่เหนือปุถุชนคนธรรมดาทั่วไป  หรือแม้กระทั่งการสรรหาของขวัญของกำนัลเพื่อหวังผลความก้าวหน้าในหน้าที่การงานนั้นต้องแลกมาด้วยอีกหนึ่งชีวิตอย่างทุกข์ทรมาน  ในหลายต่อหลายครั้งที่สัตว์ป่าต้องสังเวยชีวิต  สูญเสียชิ้นส่วนอวัยวะต่างๆ ของมันอย่างปราศจากความยินยอม เพื่อเป็นของขวัญของกำนัลประดับยศประดับบารมี  เครื่องประดับตกแต่งอย่างเช่น หนังและหัวเสือ รูปปั้นต่างๆที่ทำจากงาช้าง เป็นต้น หรือเสื้อผ้าขนสัตว์ต่างๆ

นายธีรภัทร ประยูรสิทธิ รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อส.) ได้เผยสถานการณ์ลักลอบล่าสัตว์ป่าที่มีความรุนแรงขึ้นในพื้นที่เขตอนุรักษ์หลายแห่ง โดยเฉพาะการจับกุมขบวนการค้างาช้างเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ขบวนการค้าสัตว์ป่ามักใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน เนื่องจากประเทศไทยเป็นศูนย์กลางคมนาคมในภูมิภาคซึ่งขณะนี้มีงาช้างของกลางเก็บอยู่ถึง 10 ตัน ในตลาดค้าของป่างาช้างเป็นสินค้าที่มีราคาสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งงาของช้างในแถบแอฟริกา มักจะถูกนำไปทำเครื่องประดับ เนื่องจากช้างแอฟริกามีขนาดตัวที่ใหญ่มากทั้งตัวผู้และตัวเมีย ทำให้งาของมันมีขนาดใหญ่ตาม   

จากเหตุการณ์ในอดีตที่ผ่านแม้มีการปราบปรามและจับกุมอย่างหนักก็ตาม แต่ทางการก็ยังไม่สามารถอุดช่องโว่ในการเข้าจับกุมกลุ่มค้าสัตว์ป่าพวกนี้ได้  ที่ผ่านมาคาดการณ์ว่าในการขนย้ายสัตว์ป่า 10 ครั้ง จะสามารถจับได้เพียง 2-3 ครั้งเท่านั้น ด้วยรอยรั่วตรงจุดนี้เองจึงทำให้ขบวนการค้าสัตว์ป่ากล้าที่จะลงทุน เพราะถือว่า “คุ้มค่า” ซากสัตว์ป่าและผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสัตว์ป่ายังมีมูลค่าสูง ดังนั้นจึงมีขบวนการลักลอบล่าสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง สัตว์ต้องอยู่ใกล้แหล่งน้ำ ผู้ล่าสัตว์จึงแอบซุ่มยิงได้ง่าย  “ตั้งแต่ต้นปี 2554 เป็นต้นมาถึงเวลานี้ พื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานมีการลักลอบล่าสัตว์มากที่สุด สามารถดำนินคดีกับผู้กระทำผิดไปแล้ว 30 คดี ที่น่าเป็นห่วงคือมีขบวนการล่าช้างป่า เนื่องจากตรวจพบปืนยิงยาสลบ ซึ่งหากเจอแม่ช้างมากับลูกช้างก็ใช้ปืนทั่วไปยิงแม่ช้างให้ตาย แล้วใช้ปืนยาสลบยิงลูกช้างเอาไปขายอีกที ถ้าหากมีพ่อช้างมาด้วยก็ฆ่าเอางา” ซึ่งเป็นการกระทำที่โหดเหี้ยมและทารุณอย่างยิ่ง

             

      !!! ทำไมต้องพรากชีวิตหนึ่ง

   เพื่อสนองตัณหาอีกชีวิตหนึ่งด้วย !!!

 

การสนองตัณหาของมนุษย์ไม่ได้จบเพียงเท่านี้ เมื่อไม่เอามาทำเป็นเครื่องประดับบารมี “มนุษย์” ก็ยังนำสัตว์ป่าแปลกๆมาปรุงอาหารและปรุงยาโดยมีความเชื่อที่ว่าอาหารและยานั้นจะมีความคุณลักษณะที่วิเศษพอจะเป็นอายุวัฒนะได้  โดยเฉพาะชาวจีนที่มีความเชื่อเหล่านี้มาแต่ครั้งบรรพบุรุษ   เรื่องการรับประทานสัตว์แปลก หรือสัตว์หายาก เพื่อบำรุงร่างกายและเสริมสมรรถภาพทางเพศ  อาจารย์โสรัจ นิโรธสมาบัติ อาจารย์ประจำคณะการแพทย์แผนจีน มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ กล่าวว่า ความเชื่อที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานของคนจีน คือการกินอะไร (ของสัตว์) รักษาอย่างนั้น  หมายความว่า หากร่างกายเจ็บป่วยที่ใด ก็ให้กินอวัยวะของสัตว์ต่างๆ เพื่อรักษาส่วนนั้น เช่น คนเป็นเบาหวาน ก็ให้กินตับอ่อนของหมู เพื่อเข้าไปรักษาโรคของคน ซึ่งที่ผ่านมาก็พบว่าความเชื่อนี้ส่วนใหญ่จะได้ผลเป็นจริงตามนั้น  ความเชื่อนี้นอกจากจะกินเพื่อรักษาอาการป่วยตามอวัยวะต่างๆของมนุษย์แล้ว หลายคนได้นำเอาความเชื่อนี้มาใช้สำหรับกระตุ้นความเป็นชายด้วย โดยนิยมกินอวัยวะเพศของสัตว์ต่างๆ  เช่น เสือ หรือช้าง เพราะเป็นแค่ความเชื่อว่าของเสือ ของช้างจะดีกว่าอย่างอื่น

เจ้าหน้าที่สนับสนุนโครงการอาวุโสมูลนิธิเพื่อนป่า คุณบุษรา ธีรกัลยาณพันธุ์ กล่าวถึงการลักลอบขนส่งสัตว์ป่าหายากต่างๆ ตามริมชายแดนไทยจะเป็นการขนส่งทางบก และสัตว์ป่าที่ได้รับความนิยมในการค้าขายมากที่สุดในเวลานั้น มีอยู่ 2 ชนิดคือ ตัวนิ่ม และ เสือ  โดยเส้นทางขนส่งตัวนิ่ม มักจะมีการนำเข้ามาจากประเทศอินโดนีเซีย มาเลเซีย ผ่านเข้าไทย ไปลาว บางส่วนไปขายที่เวียดนาม และบางส่วนไปขายในประเทศจีน โดยใช้ทั้งเส้นทางขนส่งทางเรือ และการขนส่งทางบก

ส่วนประเทศที่นิยมกินสัตว์หายากต่างเชื่อว่ามีสรรพคุณทางยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ มี 3 ประเทศได้แก่ จีน ฮ่องกง และเวียดนาม  โดยเฉพาะในจีนได้รับความนิยมและแพร่หลายมาก จนความเชื่อเหล่านี้หลั่งไหลมาสู่คนไทยเชื้อสายจีน  และคนไทยเป็นอย่างมาก   ซึ่งจะเห็นได้ชัดเจนจากจำนวนร้านขายสัตว์แปลกย่านเยาวราชที่มีมากกว่า 10 ร้าน ทั้งแบบขายส่งและขายปลีก โดยสัตว์บางชนิดได้นำเข้ามาจากประเทศจีน แถมสัตว์หายากบางชนิดยังมีราคาสูงหลายพันบาท

    

      “เงินอาจซื้อทุกสิ่งได้         แต่ไม่อาจซื้อความสุขได้

 เงินอาจนำพาเขาไปทุกแห่งในโลกได้        แต่ไม่อาจพาเขาไปสวรรค์ได้ ”

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์

เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างยิ่งที่มนุษย์เราจะหนีพ้นสัจธรรมในเรื่องของการเกิด การแก่ การเจ็บ และการตายไปได้   ในครั้งพุทธกาลเมื่อพระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้ธรรมอันงดงาม  ก็ทรงแสดงธรรมนั้นและสั่งสอนผู้คนให้เข้าใจในเรื่องกฎเหล็กที่คลอบพวกเราทุกคนเอาไว้ คือเรื่องของกฎแห่งกรรม กฎของการเกิดขึ้นของทุกชีวิต สภาพทุกอย่างที่รวมกันประกอบกัน ทุกอย่างมีเหตุ มีปัจจัย เมื่อมีการกระทำก็มีผลของการกระทำ ใครทำดีทำชั่วย่อมจะมีกรรมนั้นตามสนอง และเชื่อว่ามนุษย์ตายแล้วก็กลับมาเกิดตามกรรมลิขิต  อายุของมนุษย์เราก็เช่นกัน ไม่ว่าเราจะมียาดีแค่ไหน ก็ไม่อาจหนีพ้นความตายไปได้

ทรัพย์สมบัติมากมายที่ได้สร้างไว้ครั้งเมื่อยังมีชีวิตอยู่ ตายไปก็ไม่สามารถนำไปใช้ได้เลย สิ่งเหล่านั้นไม่ได้ช่วยให้เราไปสู่ภพภูมิที่ดีได้  สิ่งที่ทำได้นั่นก็คือ บุญ  และบาป เท่านั้นที่ติดตัวเราไป

พระพุทธศาสนามีการกล่าวถึงข้อปฏิบัติตนขั้นพื้นฐานเพื่อควบคุมความประพฤติทางกายและวาจาให้ตั้งอยู่ในความดีงาม มีความปกติสุข มีอยู่ด้วยกัน 5 ข้อคือ ไม่ฆ่าสัตว์ ไม่ลักทรัพย์ ไม่ประพฤติผิดในกาม ไม่พูดโกหก และข้อสุดท้าย ไม่ดื่มสุรา เพื่อให้เป็นกติกาข้อห้ามก่อให้เกิดความสงบสุข ไม่รุกรานและไม่มีการเบียดเบียนซึ่งกันและกันในสังคม ก็คือ “ศีล 5” นั่นเอง 

ใครที่ฆ่าสัตว์  เบียดเบียนทำร้ายสัตว์  กักขังทรมานสัตว์  ผลของการกระทำที่เห็นทันตาในภพชาตินี้ คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของปัญหาสุขภาพ คนเหล่านั้น มักจะเป็นคนอ่อนแอขี้โรค  มักมีโรคเรื้อรังที่รักษาอย่างไรก็ไม่หาย หลายคนคงเคยสงสัยและอีกหลายคนคงเคยประสบกับตัวเอง คือ ปัญหาด้านสุขภาพที่เครื่องมือและเทคโนโลยีทางการแพทย์ไม่สามารถรักษาได้ แพทย์ไม่สามารถวินิจฉัยอาการและรักษาได้ตรงจุด นั่นแหละ เค้าเรียกกันว่า “โรคกรรม” ประสบอุบัติเหตุบ่อย กำพร้าพ่อ แม่  อายุสั้น ตายอย่างทรมาน ลักษณะการตายคล้ายกับสัตว์ที่เราไปฆ่า และ ทรมาน มีรูปร่างที่อัปลักษณ์ มีปมด้อยทางกายภาพ ทั้งหมดล้วนเป็นกรรมที่เกิดจากการกระทำผิดศีล ข้อ 1 ทั้งสิ้น  เราเบียดเบียนอีกชีวิตหนึ่งอย่างไร เราก็ได้รับการกระทำนั้นตอบกลับเช่นกัน เสมือนการปาลูกเบสบอลใส่กำแพง ยิ่งเรากว้างมันด้วยความแรงมากเท่าไหร่ บอลนั้นก็ยิ่งสะท้อนกลับหาเราแรงเท่านั้น

ในทางกลับกันการจะมีอายุที่ยืนยาว สุขภาพดี แข็งแรง ก็ต้องประกอบเหตุข้ามภพข้ามชาติเช่นกันอดีตชาติ ต้องรักษาศีลมาอย่างดี ไม่ฆ่า ไม่เบียดเบียน สงเคราะห์หมู่ญาติเป็นนิจ สั่งสมบุญเพิ่มเติมเป็นเสบียงไว้ภพชาติต่อๆไป ปล่อยสัตว์ ปล่อยปลา ให้ชีวิตเป็นทาน  รักษาคนเจ็บ คนไข้  ทำบุญตักบาตรและถวายภัตตาหารพระ

แม้จะเป็นเหตุผลอ้างว่าเป็นการประกอบการงานเพื่อเลี้ยงชีพ เลี้ยงครอบครัว แต่กฎหมายและกฎแห่งกรรมไม่มีข้ออ้างในการยกเว้นโทษ ถ้าจะกล่าวถึงการประกอบการงานเลี้ยงชีพ ก็คงต้องกล่าวว่าอาชีพที่ถูกกฎหมาย ไม่เบียดเบียนชีวิตผู้อื่นก็มีมากมาย การประกอบอาชีพทั้งหลายมักชักจูงใจให้ใฝ่ไปในผลตอบแทนซึ่งมีสภาพจิตที่เป็นโลภะ และมีโทสะเกิดขึ้นเมื่อการประกอบอาชีพไม่ราบรื่น ไม่เป็นไปตามที่มุ่งหมาย ดังนั้น อาจกล่าวได้ว่าล้วนเป็นที่มาของบาปได้ทั้งหมดหากผู้ประกอบอาชีพเหล่านั้นยังมีกิเลสนอนเนื่องอยู่มากล้น อาชีพที่ไม่ควรทำคือมิจฉาอาชีวะ คือ การเลี้ยงชีวิตในทางทุจริตและในทางผิดธรรมเนียมทำแล้วเป็นบาปอย่างแน่นอน

มิจฉาวณิชชา คือ การค้าขายที่ผิด หรือไม่ชอบธรรม หมายถึง บุคคลไม่ควรค้าขายสิ่งเหล่านี้ ซึ่งถือว่าเป็นอันตรายต่อเพื่อนมนุษย์ต่อสัตว์และต่อสภาพแวดล้อม ประกอบด้วย

1. สัตถวณิชชา คือ การขายอาวุธ

2. สัตตวณิชชา หมายถึง การค้าขายมนุษย์

3. มังสวณิชชา หมายถึง ค้าขายสัตว์เป็น สำหรับฆ่าเพื่อเป็นอาหารเป็นการส่งเสริมให้ทำผิดศีลข้อที่ 1

4. มัชชวณิชชา หมายถึง การค้าขายน้ำเมา ตลอดจนการค้าสารเสพติดทุกชนิด

5. วิสวณิชชา หมายถึง การค้าขายยาพิษ ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ รวมทั้งเป็นอันตรายต่อสัตว์  

พระพุทธเจ้าทรงชี้ให้เห็นทางสายกลาง  ทางแห่งความพอดี ทางที่เป็นไปเพื่อกำจัดกิเลส เป็นหนทางที่เป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ หมดจดแห่งสัตว์ทั้งหลาย ที่ชาวพุทธเราๆคุ้นเคยกันดี ก็ คือ มรรค องค์แห่งมรรคประกอบด้วย 8 ประการ  และ 1 ใน 8 ประการนี้เอง พระองค์ท่านได้กล่าวถึงการประกอบอาชีพไว้อย่างชัดเจน ดังนี้        

สัมมาทิฏฐิ คือ ความเห็นที่ถูกต้อง หมายถึง ความรู้ - ปัญญา หรือมุมมอง ที่ถูกต้องตรงกับความจริง ตามคำสอนของพระพุทธเจ้า คือการรู้แจ้งในอริยสัจ 4 รู้สภาพธรรมตามความเป็นจริง

สัมมาสังกัปปะ คือ ความคิดที่ถูกต้อง หมายถึง ความคิดที่ต้องละเว้นจากความพอใจ ความพยาบาทและการเบียดเบียน

สัมมาวาจา คือ เจรจาที่ถูกต้อง หมายถึง การพูดที่ต้องละเว้นจากการพูดเท็จ หยาบคาย ส่อเสียดและเพ้อเจ้อ

สัมมากัมมันตะ คือ การปฏิบัติที่ถูกต้อง หมายถึง การกระทำที่ต้องละเว้นจากการฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์และประพฤติผิดในกาม

สัมมาอาชีวะ คือ การหาเลี้ยงชีพที่ถูกต้อง หมายถึง การทำมาหากินอย่างซื่อสัตย์สุจริต ไม่มีการทุจริตและเอาเปรียบผู้อื่น

สัมมาวายามะ คือ ความเพียรที่ถูกต้อง หมายถึง ความอุตสาหะหรือความพยายามที่อยู่ในวิถีทางที่ดีงาม คือการละบาปอกุศลทางใจ และเจริญกุศลให้ยิ่งๆ ขึ้นไป

สัมมาสติ คือ การมีสติที่ถูกต้อง หมายถึง การระลึกรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา โดยกำจัดความฟุ้งซ่าน รำคาญ หดหู่ ง่วงซึม สงสัย และลังเล คือการพิจารณา กายในกาย เวทนาในเวทนา จิตในจิต ธรรมในธรรม เช่นการเจริญอานาปานสติสมาธิ มีสติรู้ลมหายใจ

สัมมาสมาธิ คือ การมีสมาธิที่ถูกต้อง หมายถึง การฝึกกายและอารมณ์ให้สงบ โดยกำจัดความคิด,ความจำและอารมณ์ออกไปชั่วขณะหนึ่ง คือ การเจริญฌานทั้งสี่

พระมหา ดร. สมชาย ฐานวุฑฺโฒ  ท่านได้กล่าวถึงการทำงานไม่มีโทษไว้ในหนังสือมงคลชีวิต 38 ประการ ฉบับทางก้าวหน้า ในมงคลที่ 18 ว่า “งานไม่มีโทษ หมายถึง งานที่ไม่มีเวรไม่มีภัย ไม่เบียดเบียนใคร แต่เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนและผู้อื่น”   ซึ่งแบ่งเป็นหลักทางโลก 2  ประการ  และหลักทางธรรม 2 ประการ คือ

1. ไม่ผิดกฎหมาย  กฎหมายเป็นระเบียบข้อบังคับซึ่งทุกคนต้องปฏิบัติตาม การทำผิดกฎหมายทุกอย่างจัดเป็นงานมีโทษทั้งสิ้น แม้บางอย่างจะไม่ผิดศีลธรรมข้อใดเลย เช่น การปลูกบ้านในเขตเทศบาล ต้องขออนุญาตตามเทศบัญญัติ  ถ้าไม่ขอผิด  การทำอย่างนี้ดูเผินๆ ทางธรรมเหมือนไม่ผิด เพราะ ปลูกในที่ของเราเอง และด้วยเงินทองของเรา แต่การกระทำดังกล่าวก็เป็นงานมีโทษคือมีตำหนิ และโปรดทราบด้วยว่า เมื่อใครทำงานมีโทษก็ย่อมผิดหลักธรรมอยู่นั่นเอง อย่างน้อยก็ผิดมงคล

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้ทรงสั่งสอนเป็นหนักหนา ทั้งพระทั้งชาวบ้าน ให้เคารพต่อกฎหมายบ้านเมืองโดยเคร่งครัด ไม่เคยปรากฏในที่ใดเลยว่าพระบรมศาสดาของเราสอนพุทธศาสนิกชนให้แข็งข้อต่อกฎหมาย แม้จะเอาการประพฤติธรรมหรือความเป็นพระเป็นสงฆ์  เป็นข้ออ้าง  แล้วทำการดื้อแพ่ง ก็หาชอบด้วยพุทธประสงค์ไม่

2.  ไม่ผิดประเพณี  ประเพณี  หมายถึง จารีต ขนบธรรมเนียมของมหาชนในถิ่นหนึ่งๆ หรือสังคมหนึ่ง  ซึ่งแตกต่างกันมากบ้างน้อยบ้าง  แต่เมื่อคนทั้งหลายเขาถือกันเป็นส่วนมากและนิยมว่าดี ก็กลายเป็นกฎของสังคม ใครทำผิดประเพณีถือว่าผิดต่อมหาชน เช่น ประเพณีแต่งงาน ประเพณีต้อนรับแขก ประเพณีรับประทานอาหาร ประเพณีทำความเคารพผู้ใหญ่ ฯลฯ ซึ่งแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่  จึงต้องศึกษาให้ดี

เราชาวพุทธเมื่อจะเข้าไปสู่ชุมชนใด ก็ต้องถามไถ่ดูก่อนว่าเขามีประเพณีอย่างไรบ้าง อะไรที่พอจะโอนอ่อนผ่อนตามได้ก็ทำตามเขา แต่ถ้าเห็นว่า ทำไปแล้วจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อตัวเรา เสียหายแก่ภูมิธรรม และศักดิ์ศรีของชาวพุทธ ก็ควรงดเสียอย่าเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น ประเพณีไม่ให้เกียรติแก่ผู้สูงอายุ ดูถูกผู้หญิง ของคนบางเหล่า ประเพณีถือฤกษ์ยามจนแทบไม่มีโอกาสทำมาหากิน ประเพณีห้ามถ่ายอุจจาระปัสสาวะซ้ำที่ของชาวอินเดียบางกลุ่ม จน กระทั่งไม่สามารถทำส้วมใช้ได้

3.  ไม่ผิดศีล  ศีลเป็นพื้นฐานของการทำความดีทุกอย่าง แม้ในไตรสิกขา ซึ่งถือเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนาก็กล่าวไว้ว่า

               ศีล                เป็นพื้นฐานของสมาธิ

               สมาธิ             ทำให้เกิดปัญญา

               ปัญญา           เป็นเครื่องบรรลุนิพพาน

ดังนั้นผู้ที่คิดจะสร้างความดีโดยไม่นำพาในการรักษาศีลเลย จึงเป็น การคิดสร้างวิมานในอากาศ   เราชาวพุทธทั้งหลายควรพิจารณาทุกครั้งก่อนทำงาน งานที่เราจะทำนั้นขัดต่อศีล 5 หรือไม่  ถ้าผิดศีล ก็ไม่ควร  ให้งดเว้นจากการล่วงละเมิดศีล และงดเว้นจากการสนับสนุนผู้อ้างตัวว่าเป็นผู้วิเศษ  แต่ไม่มีศีลด้วยเช่นกัน  พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า  “เธอพึงพิจารณาเนืองๆ ว่า ตัวเราเองตำหนิตัวเราเองโดยศีลได้หรือไม่ เธอพึงพิจารณาเนืองๆ ว่า ผู้รู้ ใคร่ครวญแล้วติเตียนเราโดยศีลได้หรือไม่”

อภิณหปัจจเวกขณธรรมสูตร  องฺ. ทสก. 24/48/92

4.  ไม่ผิดธรรม  ธรรม คือ ความถูกความดี ในการปฏิบัติงานทุกครั้ง ต้องคำนึงถึงข้อธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ให้ถี่ถ้วน เพราะงานบางอย่างแม้จะไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดประเพณี และไม่ผิดศีล แต่อาจผิดหลักธรรมได้ ดังเช่น

            การผูกโกรธคิดพยาบาท            ผิดหลักกุศลกรรมบถ

            การเกียจคร้าน                         ผิดหลักอิทธิบาท

            การเป็นนักเลงการพนัน เจ้าชู้      ผิดหลักการละอบายมุข

ดังนั้นเมื่อเราทำงาน ไม่ว่าจะเป็นงานทางกาย ทางวาจา หรือทางใจก็ตาม เราต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ประเพณี ศีล และธรรม จึงจะได้ชื่อว่าเป็นคนทำงานไม่มีโทษ  พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ตรัสถึงอาชีพต้องห้ามที่พุทธศาสนิกชนไม่ควรทำ ได้แก่  การค้าอาวุธ การค้ามนุษย์ การค้ายาพิษ การค้ายาเสพย์ติด          การค้าสัตว์เพื่อนำไปฆ่า  ใครก็ตามที่ประกอบอาชีพ 5 ประการข้างต้นนี้  ได้ชื่อว่าทำงานมีโทษ และก่อให้เกิดโทษแก่ตนเองมากมายสุดประมาณ แม้จะร่ำรวยเร็วก็ไม่คุ้มกับบาปกรรมที่ก่อไว้

คนทำงานมีโทษนั้น ได้กับเสียเป็นเงาตามตัว ยิ่งได้งานมากก็ทุกข์ใจมาก เข้าทำนอง “อิ่มท้องแต่พร่องทางใจ” ยิ่งรวยได้ทรัพย์มากเท่าไรโอกาสที่จะเสียคนก็มากเท่านั้น ยิ่งทำก็ยิ่งทุกข์ คุณความดีในตัวลดลงทุกที ส่วนคนที่ ทำงานไม่มีโทษนั้น จะก้าวหน้าไปสู่ความสุขแท้และความเจริญแท้ ถึงแม้จะไม่รวยทรัพย์ แต่ก็รวยความดี

คนทำงานไม่มีโทษนั้นจะหลับก็เป็นสุข จะตื่นก็เป็นสุข ไม่อายใคร ไม่ต้องหวาดระแวงใคร เพราะงานที่ทำเป็นประโยชน์แก่โลกล้วนๆ ไม่มีโทษเข้าไปเจือปนเลย ชื่อว่าได้ทดแทนบุญคุณของโลกที่อาศัยเกิดมา เมื่อทำงานเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะได้สันติสุขเป็นเครื่องตอบแทนไปชั่วกาลนาน

“ สีเลน สุคตึ ยนฺติ 

 “ ผู้มีศีล ตายแล้วย่อมเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ ”

    สุขสูตร ว่าด้วยการรักษาศีล  บัณฑิตทั้งหลายปรารถนาจะมีความสุขในภพหน้า พึงรักษาศีล 3 ประการให้เป็นปกติ ดังจะกล่าวต่อไป

“จริงอยู่ พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว พระสูตรนี้พระผู้มีพระภาคผู้เป็นพระอรหันต์ตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตปรารถนาสุข 3 ประการนี้ พึงรักษาศีล 3 ประการเป็นไฉนคือ บัณฑิตปรารถนาอยู่ว่า ขอความสรรเสริญจงมาถึงแก่เรา 1 ขอโภคสมบัติ จงเกิดขึ้นแก่เรา 1 เมื่อตายไป เราจักเข้าถึงสุคติโลกสวรรค์ 1 พึงรักษาศีล  ดูกรภิกษุทั้งหลาย บัณฑิตปรารถนาสุข 3 ประการนี้แล พึงรักษาศีลฯ

พระผู้มีพระภาคได้ตรัสเนื้อความนี้แล้ว ในพระสูตรนั้น พระผู้มีพระภาคตรัสคาถาประพันธ์ดังนี้ว่า นักปราชญ์ปรารถนาสุข 3 ประการ คือ ความสรรเสริญ 1  การได้โภคทรัพย์เครื่องปลื้มใจ 1 ความบันเทิงในสวรรค์ในโลกหน้า 1 พึงรักษาศีล ถ้าว่าบุคคลแม้ไม่กระทำความชั่ว  แต่เข้าไปเสพบุคคลผู้กระทำความชั่วอยู่ไซร้ บุคคลนั้น เป็นผู้อันบุคคลพึงรังเกียจในเพราะความชั่ว และโทษของบุคคล    ผู้เสพคนชั่วนี้ ย่อมงอกงาม บุคคลย่อมกระทำบุคคลเช่นใดให้เป็นมิตร และย่อมเข้าไปเสพบุคคลเช่นใดบุคคลนั้นแลเป็นผู้เช่นกับด้วยบุคคลนั้น เพราะว่าการอยู่ร่วมกันเป็นเช่นนั้น คนชั่วส้องเสพบุคคลอื่นผู้บริสุทธิ์โดยปรกติอยู่   ย่อมทำบุคคลอื่นผู้บริสุทธิ์โดยปรกติที่ส้องเสพตน ให้ติดเปื้อนด้วยความชั่ว เหมือนลูกศรที่แช่ยาพิษ ถูกยาพิษติดเปื้อนแล้ว ย่อมทำแล่งลูกศรซึ่งไม่ติดเปื้อนแล้วให้ติดเปื้อนด้วยยาพิษฉะนั้น นักปราชญ์ไม่พึงเป็นผู้มีคนชั่วเป็นเพื่อนเลย เพราะความกลัวแต่การเข้าไปติดเปื้อน คนใดห่อปลาเน่าไว้ด้วยใบหญ้าคา แม้หญ้าคาของคนนั้นย่อมมีกลิ่นเหม็นฟุ้งไปการเข้าไป ส้องเสพคนพาล ย่อมเป็นเหมือนอย่างนั้น ส่วนคนใดห่อกฤษณาไว้ด้วยใบไม้ แม้ใบไม้ของคนนั้นย่อมมีกลิ่นหอมฟุ้งไป การเข้าไปส้องเสพนักปราชญ์  ย่อมเป็นเหมือนอย่างนั้น เพราะเหตุนั้น บัณฑิตรู้ความสำเร็จผลแห่งตนดุจห่อใบไม้แล้ว ไม่พึงเข้าไปเสพอสัตบุรุษพึงเสพสัตบุรุษ เพราะว่าอสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก สัตบุรุษ  ย่อมให้ถึงสุคติ ฯ

             เนื้อความแม้นี้พระผู้มีพระภาคตรัสแล้ว เพราะเหตุนั้น ข้าพเจ้าได้สดับมาแล้วฉะนี้แล ฯ

พระไตรปิฎก เล่มที่ 25  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ 17  ข้อที่  254

ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ-ธรรมบท-อุทาน-อิติวุตตกะ-สุตตนิบาต

เขียนบทความโดย อรุณี สุเจตนันท์

 

 

 

อ้างอิงข้อมูล

คุณพ่อขวัญ ถิ่นวัลย์, บทความเรื่องความโลภของมนุษย์, 2556 จาก http://dondaniele.blogspot.com/2013/08/blog-post.html

มหาตมะ  คานธี, รวลรวบวาทะ  คำคม และสุนทรพจน์คนดัง, 2555 จาก http://thaicafe.blogspot.com/2012/02/blog-post_155.html?view=magazine

ข้อมูลเรื่องปัญหาการค้าสัตว์ป่าในปัจจุบัน, 2557 จาก https://sites.google.com/site/kmcnpk/article/payhakarkhasatwpanipaccuban

จันทน์ปาย องค์ศิริวิทยา, บทความเรื่องขวัญเปื้อนเลือด , 2555 จาก http://www.wwf.or.th/en/publications/publications/?uNewsID=207170

ป่าไม้บุกจับ 6 หนุ่ม นำชะนี-นกออก เร่ให้ นทท.ถ่ายรูปหาดเฉวง เกาะสมุย https://www.thairath.co.th/content/532424

บทความเรื่องเผยไทยเส้นทางค้าสัตว์ป่าระดับโลก, 2555 จาก  https://th-th.facebook.com/notes/คนอนุรักษ์/เผยไทยเส้นทางค้าสัตว์ป่าระดับโลก

พระอภิชัช  ธมฺมโชโต, ชีวประวัติมหาตมา  คานธี, 2558 จาก http://www.slideshare.net/apichat1828/ss-46363426

จีนาภัฒน์, บทความเรื่องเจาะขบวนการค้าสัตว์ป่าหายากส่งจีน'ตัวนิ่ม-เสือ'ผลิตยาโด๊ป-โรคหัวใจกิน'เขากวางอ่อน'เสี่ยงตาย, 2552 จาก http://www.manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9520000042661

จีนาภิวัฒน์, บทความเรื่องฮิตกิน 6 สัตว์แปลกเสริม‘อายุวัฒนะ-ฟิตปั๋ง’ แพทย์จีนเตือน “กินไม่เป็น”-ถึงตาย! , 2554 จาก http://www.manager.co.th/mgrWeekly/ViewNews.aspx?NewsID=9540000012281

ข่าวสด, จับคารถ!! นิ่มยั้วเยี้ยเกือบร้อยตัวบรรทุกเต็มฟอร์จูนเนอร์ ส่งตปท.ปรุงยาโด๊ป ตัวละ1.5หมื่น, 2558 จาก http://www.khaosod.co.th/view_newsonline.php?newsid=1443086591

กฎแห่งกรรม  http://book.dou.us/doku.php?id=gl203:1

พระมหาสมชาย ฐานวุฑโฒ, หนังสือมงคลชีวิต 38 ประการ ฉบับทางก้าวหน้า ธรรมะออนไลน์ , http://www2.kalyanamitra.org/th/mngkhlchiwit38_detail.php?page=107

เพิ่มเติม  http://www.springnews.co.th/program/documentary/kaipomkao/154539

มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา, กระทู้ธรรมเรื่องอริยมรรคมีองค์ ๘ คืออะไรและมีรายละเอียดอย่างไรบ้างครับ, 2556 จาก http://www.dhammahome.com/webboard/topic/23275

วิกีพีเดียร์ สารานุกรมเสรี, เรื่องมรรคมีองค์แปด, 2558 จาก https://th.wikipedia.org/wiki

สุขสูตร, พระไตรปิฎกออนไลน์, 2559 จาก http://www.84000.org

นายตถาตา, บทความอาชีพต้องห้าม, 2559 จาก http://board.palungjit.org

ขอขอบคุณภาพประกอบ จาก https://www.google.co.th