พระพุทธศาสนาในยุค ICT

                พุทธศาสนากำลังเผชิญกับการท้าทายสำคัญจากกระแสโลกาภิวัตน์  ซึ่งเป็นยุคของเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร  เป็นยุคที่เทคโนโลยีได้เชื่อมโยงให้โลกสามารถเชื่อมรวมเป็นหนึ่งเดียวกันได้มนุษยชาติสามารถเข้าถึงและรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้อย่างรวดเร็วสำหรับพระพุทธศาสนานั้นเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ส่งผลกระทบทั้งด้านบวกและด้านลบต่อพระพุทธศาสนาตัวอย่างของผลกระทบด้านบวกเช่นการเผยแพร่พระพุทธศาสนาได้อย่างรวดเร็วกว้างขวางทั่วโลกผู้คนสามารถเข้าถึงพระธรรมคำสอนผ่านทางเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้โดยสะดวกทุกทีทุกเวลา

          ในขณะเดียวกันก็ส่งผลกระทบด้านลบเช่นการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเผยแพร่คำสอนของพระพุทธศาสนาที่ไม่ถูกต้องเหมาะสมการดูหมิ่นพระพุทธศาสนาโดยกลุ่มคนต่างศาสนาเป็นต้นในปัจจุบันแนวโน้มของประชากรโลกที่จะใช้ชีวิตในโลกออนไลน์หรืออินเทอร์เน็ตเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยการใช้งานผ่านเครื่องมือต่างๆทั้งเครืองคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับประเทศไทยแล้วเราจะสามารถใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศให้เป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกได้หรือไม่ เป็นเรื่องน่าจับตามองสิ่งที่ควรให้ความสำคัญและไม่มองข้ามคือการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศดังกล่าวต้องเป็นไปอย่างมีคุณธรรมจริยธรรมไม่ละเมิดลิขสิทธิ์ซอฟต์แวร์และเนื้อหาที่มีลิขสิทธิ์รวมทั้งไม่เป็นการบิดเบือนพระธรรมคำสอนของพระพุทธศาสนาตามพระไตรปิฏก

 
                                                           
 
                 การประชุมทางวิชาการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อความเท่าเทียมกันประจำปี.. 2555 เรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารกับพระพุทธศาสนาหรือICT for All Symposium 2012 on “ICT and Buddhism” เมื่อวันเสาร์ที่ 24 พฤศจิกายน.. 2555 โดยชมรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเพื่อความเท่าเทียมกัน (ICT for All Club -- www.ictforall.org) และภาคีองค์กรร่วมจัดได้แก่สภาองค์กรพระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทยสมาคมพัฒนาผู้บริโภคไทยสมาคมรัฐธรรมนูญเพื่อประชาธิปไตยสภาพัฒนาการเมืองภาคพลเมืองและสมาคมวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมแห่งประเทศไทยที่ประชุมมีข้อเสนอแนะในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อประโยชน์ในการเข้าถึงและเผยแผ่พระพุทธศาสนามีดังนี้
                ๑. ดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์การเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกอย่างจริงจังและต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนาเว็บไซต์ห้องสมุดพระพุทธศาสนาโลก (www.buddhist-elibrary.org) ให้ประสบความสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม
                ๒. การฝึกอบรมแก่พระสงฆ์สามเณรและผู้ที่สนใจโดยทั่วไปเกี่ยวกับการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าถึงและเผยแผ่พระพุทธศาสนารวมถึงกำหนดแนวปฏิบัติในการใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ตที่เหมาะสมถูกต้องตามพระธรรมวินัยสำหรับพระสงฆ์สามเณร
                ๓. ส่งเสริมและสนับสนุนให้วัดสำนักสงฆ์ที่มีความพร้อมเป็นที่ตั้งของศูนย์การเรียนรู้ไอซีทีชุมชนและเป็นศูนย์การศึกษาพระพุทธศาสนาผ่านระบบe-Learning รวมถึงจัดเป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมด้วย
                ๔. พัฒนาCourse Ware หรือแอพพลิเคชันที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับธรรมะสำหรับแท็บเล็ตและโทรศัพท์เคลื่อนที่เผยแพร่ในทุกระดับชั้นการศึกษาและประชาชนทั่วไปที่มีความสนใจ
                ๕. สนับสนุนให้วัดต่างๆทั่วประเทศมีเว็บไซต์ของวัดเพื่อเป็นการสื่อสารสองทางกับประชาชนซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้คนมีความใกล้ชิดธรรมะมากขึ้นทั้งนี้โดยภาครัฐควรเป็นผู้สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการจดทะเบียนชื่อเว็บไซต์และการเช่าพื้นที่จัดเก็บข้อมูลของเว็บไซต์
                ๖. ควรมีองค์กรและผู้ทรงคุณวุฒิที่ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานและตรวจสอบเนื้อหาของธรรมะที่เผยแพร่ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะทางเว็บไซต์ทั้งนี้เพื่อให้มั่นใจได้ว่าเนื้อหานั้นมีความถูกต้องตามพระไตรปิฎก
                ๗. สนับสนุนให้มีการแปลหนังสือธรรมะเป็นภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาอังกฤษแล้วนำขึ้นเผยแพร่ทางเว็บไซต์หรือในรูปแบบe-Bookเพื่อให้ผู้ที่สนใจโดยเฉพาะชาวต่างประเทศสามารถเข้ามาศึกษาได้
เมื่อดำเนินการได้ดังนี้แล้วก็เชื่อได้ว่าเป็นการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้คงอยู่กับมนุษยชาติสืบต่อไป
 
                อย่างไรก็ตามแม้ว่าทุกวันนี้เทคโนโลยีสารสนเทศมีความก้าวหน้าอย่างมากสามารถให้ข้อมูลข่าวสารแก่เราได้อย่างรวดเร็วเปิดโอกาสให้เราเข้าถึงพระพุทธศาสนาอย่างไม่เคยมีมาก่อนแต่เราควรใช้อย่างมีโยนิโสมนสิการก็คือมีสติ เทคโนโลยีเมื่อนำมาใช้ในทางที่ดีก็เกิดสิ่งดีเมื่อนำมาใช้ในทางที่ไม่ดีก็เกิดสิ่งเลวร้ายได้เช่นกันเราไม่ควรมองเทคโนโลยีด้วยสายตาที่ไร้เดียงสาจนเกินไปมีหลายคนหลงคิดว่าเทคโนโลยีล้วนเป็นเพียงเครื่องมือหรือTools ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเพื่อการใช้งานแต่ถ้าเรามองให้ลึกซึ้งลงไปก็จะเห็นถึงความสลับซับซ้อนมากกว่านั้นพุทธศาสนาเป็นศาสนาที่เน้นการพัฒนาตนเองพึ่งตนเองฝึกตนเองเทคโนโลยีก็มีแนวโน้มไปอีกด้านหนึ่งคือเอื้ออำนวยความสะดวกในเชิงกายภาพซึ่งอาจทำให้ยึดติดอยู่กับวัตถุขาดวัตถุแล้วเป็นทุกข์ง่ายขึ้นขณะที่ศาสนาเน้นให้มนุษย์กลับไปหารากฐานของตัวเองและพัฒนาจิตใจมากกว่าเรื่องกายภาพหรือการอำนวยความสะดวกเทคโนโลยีในพุทธศาสนาคือการภาวนาถ้าพุทธบริษัทรู้จักใช้ก็จะขยายไปถึงศีลสมาธิและปัญญาส่วนความหวังที่จะให้เทคโนโลยีแห่งโลกปัจจุบันอย่างเช่นอินเตอร์เน็ตเป็นเครื่องมือในการสอนศาสนานั้นอาจเป็นการเปิดประตูบานแรกเท่านั้นผลเป็นอย่างไรเป็นที่น่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง
อ้างอิง :http://www.ictforall.org/ICT_for_All_Symposuim_2012/E_Proceeding_ICT_for_All_Symposium_2012.pdf)